สำนักงานทนายความรับว่าความและให้คำปรึกษากฎหมายทุกประเภท

      
 
เว็บบอร์ดทนายความคดีแพ่งและพาณิชย์กู้ยืม , ค้ำประกัน ,จำนอง , จำนำ
ผู้เขียน : นวพล ผ่องอำไพ   หัวข้อ : กู้ยืม , ค้ำประกัน ,จำนอง , จำนำอ่าน 1732 / ความคิดเห็น 0
รูปประจำตัว
นวพล ผ่องอำไพ
  • 1 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 1 มีนาคม 2553
รูปไอคอน
หัวข้อ : กู้ยืม , ค้ำประกัน ,จำนอง , จำนำ
7/1/2558 15:12:00

กู้ยืมเงิน  

คือสัญญากู้ยืมสมบูรณ์ตามกฎหมายเมื่อ มีการมอบเงินหรือทรัพย์ที่ตีราคาได้แก้ผู้กู้ยืม ไม่ว่าก่อนหรือหลังทำหนังสือสัญญา

การฟ้องร้อง 

ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือมีข้อความทำนองว่าจะใช้เงินแก่ผู้ให้กู้ และมีลายมือชื่อผู้กู้ยืมลงไว้ โดยสัญญากู้ยืมอาจจะมีก่อนหรือหลังการส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินที่ตามกู้ยืมก็ได้ ทั้งนี้สัญญากู้ยืมเงินต้องมีการติดอากรแสตมป์ตามจำนวนที่ ป.รัษฎากรกำหนดในวันที่ทำสัญญา หากไม่ติดหรือติดไม่ครบจำนวน ผลคือ ใช้สัญญาเป็นหลักฐานในคดีไม่ได้ ส่วนการขีดฆ่านั้นสามารถทำได้ในวันทำสัญญาหรืออย่างช้าที่สุดก่อนวันสืบพยานในคดีโดยขออนุญาตศาลขีดฆ่าอากรแสตมป์นั้น

การนำสืบการใช้เงิน 

ต้องมีการเวนคืนสัญญากู้ยืม , มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมีข้อความทำนองว่าได้รับเงินจากผู้กู้ยืมแล้ว , มีการแทงเพิกถอนสัญญากู้ยืม

ดอกเบี้ยเงินกู้ 

   บุคคลธรรมดาเรียกได้ไม่เกิน ๑๕% ต่อปี จากต้นเงิน โดยเมื่อเป็นคดีในศาล ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า จำนวนเงินที่ฟ้องร้องนั้น ส่วนใดเป็นต้นเงิน เป็นดอกเบี้ย ถ้าพิสูจน์ได้ เฉพาะดอกเบี้ยที่เกิน ๑๕ %เป็นโมฆะ และผู้กู้จะนำดอกเบี้ยที่เกินกฎหมายกำหนดที่ตนจ่ายไปแล้ว นำมาหักออกจากต้นเงินมิได้  สถาบันการเงินเรียกได้ ๒๕% ต่อปี ปัจจุบันการเรียกดอกเบี้ยเงินกู้กฎหมายกำหนด ผิด พรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด มีโทษจำคุก

ดอกเบี้ยผิดนัด 

     เรียกได้ร้อยละ ๗.๕ % ต่อปี จากต้นเงิน กรณีเรียกดอกเบี้ยที่เกินกฎหมายกำหนดเป็นโมฆะ แต่ก็ยังเรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้อยู่

ดอกเบี้ยตามสัญญากู้ซ้อนดอกเบี้ย 

     เรียกได้ หากลูกหนี้ค้างชำระเกิน ๑ ปี โดยต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ระบุว่า ให้ทบดอกเบี้ยเงินกู้เข้ากับเงินต้นที่ค้างจ่าย แล้วคิดดอกเบี้ยในจำนวนใหม่ที่ได้

การแก้ไขสัญญากู้ 

-ระหว่างทำสัญญา แม้คู่สัญญาไม่ลงชื่อกำกับก็สมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมาย 

-หลังทำสัญญาเสร็จแล้ว ถ้าคู่สัญญาไม่ลงชื่อกำกับเอาไว้ จะใช้ได้เฉพาะสัญญาตอนแรก ยกเว้นจะเป็นการแก้ไขจำนวนเงินหรือข้อมูลอื่นในสัญญาตามจริง

กำหนดอายุความฟ้องเรียกเงินต้นและดอกเบี้ย

 -กรณีตกลงกันให้ใช้เงินต้นทั้งหมดในครั้งเดียว มีอายุความ ๑๐ ปี นับแต่ผิดนัด โดยเริ่มฟ้องได้นับแต่วันถัดไปจากวันครบกำหนด

-กรณีตกลงให้ใช้เงินต้นแบบผ่อน มีอายุความ ๕ ปี นับแต่ผิดนัด โดยเริ่มฟ้องได้นับแต่วันถัดไปจากวันครบกำหนด

-กรณีดอกเบี้ยค้างจ่ายตามสัญญา มีอายุความ ๕ ปี นับแต่ผิดนัด โดยเริ่มฟ้องได้นับแต่วันถัดไปจากวันครบกำหนด

-กรณีดอกเบี้ยผิดนัด มีอายุความ ๑๐ ปี นับแต่ผิดนัด โดยเริ่มฟ้องได้นับแต่วันถัดไปจากวันครบกำหนด

 


 

 

ค้ำประกัน   

คือ บุคคลภายนอก เอาตนเองไปผูกพันกับเจ้าหนี้ ว่าจะชำระหนี้ เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ


การฟ้องร้องตามสัญญาค้ำประกัน 

ต้องมีหนี้ที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย มีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงชื่อผู้ค้ำ โดยต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง  (เริ่มใช้กับสํญญาค้ำประกันที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)


การค้ำประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้ที่มีเงื่อนไข 

 ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่ต้องระบุเวลาก็ได้ (เริ่มใช้กับสํญญาค้ำประกันที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)


หนี้ค้ำประกันกับการเป็นลูกหนี้ร่วม 

ปัจจุบันนี้ ข้อตกลงที่ว่าเมื่อลูกหนี้ผิดนัด ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม(คือรับผิดไม่จำกัดจำนวนและไม่มีสิทธิอ้างใช้ ม.๖๘๘-๖๙๐)เป็นโมฆะ ผลคือผู้ค้ำประกันรับผิดตามจำนวนที่ระบุไว้หรือสัญญาที่ค้ำประกันและอ้างใช้สิธิตาม ม.๖๘๘-๖๙๐ ได้ (ใช้กับสัญญาที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

 

ข้อตกลงที่แตกต่างจากข้อกฎหมายต่อไปนี้ เป็นโมฆะ (เริ่มใช้กับสํญญาค้ำประกันที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)


มาตรา ๖๘๑   อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์

หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขจะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้นั้นอาจเป็นผลได้จริงก็ประกันได้ แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา ๖๙๙ จะไม่ระบุระยะเวลาดังกล่าวก็ได้

สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น


มาตรา ๖๘๖  เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ

ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

เมื่อเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือใช้สิทธิชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้ก่อนการผิดนัดชำระหนี้  ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ตนต้องรับผิดก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๗๐๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในระหว่างที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามวรรคสาม เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดในระหว่างนั้นมิได้

การชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันตามมาตรานี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของผู้ค้ำประกันตามมาตรา ๖๙๓


มาตรา ๖๙๔  นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย


มาตรา๖๙๘ อันผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ


มาตรา ๖๙๙  การค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่มีจำกัดเวลาเป็นคุณแก่เจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันอาจเลิกเสียเพื่อคราวอันเป็นอนาคตได้ โดยบอกกล่าวความประสงค์นั้นแก่เจ้าหนี้

ในกรณีเช่นนี้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในกิจการที่ลูกหนี้กระทำลงภายหลังคำบอกกล่าวนั้นได้ไปถึงเจ้าหนี้

 


หน้าที่ของเจ้าหนี้เมื่อลูกหนี้ผิดนัด 

เจ้าหนี้ต้องทำหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ หากเจ้าหนี้ไม่ทำหนังสือถึงผู้ค้ำในกำหนดที่กล่าวมาผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลา (มีผลใช้กับผู้ค้ำนับแต่ลูกหนี้ผิดนัดในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

 

หน้าที่เจ้าหนี้กรณีลดหนี้ให้ลูกหนี้(ใช้บังคับกับกรณีที่เจ้าหนี้ลดหนี้ให้ลูกหนี้ในวันที่๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

เจ้าหนี้ต้องทำหนังสือแจ้งผู้ค้ำใน ๖๐ วันนับแต่ตกลงกัน เพื่อให้ลูกหนี้หรือผู้ค้ำชำระหนี้ โดยผู้ค้ำมีสิทธิชำระหนี้ทั้งหมดใน ๖๐ วันนับแต่ครบกำหนดชำระหนี้ตามที่ได้ลด กรณีเจ้าหนี้ทำหนังสือถึงผู้ค้ำเมื่อล่วงเลยเวลาชำระหนี้ตามที่ตกลง ให้ผู้ค้ำมีสิทธิชำระหนี้ภายใน ๖๐ วันนับแต่ได้รับหนังสือจากเจ้าหนี้ได้ ข้อตกลงที่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้ค้ำเกินว่าที่กล่าวไปเป็นโมฆะ


 


สิทธิของผู้ค้ำประกัน 

๑)สิทธิการเลือกชำระหนี้ของผู้ค้ำ    ผู้ค้ำประกันอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือใช้สิทธิชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้ก่อนการผิดนัดชำระหนี้  ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ตนต้องรับผิดก็ได้

๒)สิทธิเกี่ยงขอให้เจ้าหนี้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนผู้ค้ำฯเว้นแต่ลูกหนี้ล้มละลายหรือหายไปไหนไม่ทราบ

๓)พิสูจน์ว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินและการบังคับชำระหนี้จากลูกหนี้ทำได้ไม่ยาก หากพิสูจน์ได้เจ้าหนี้ต้องบังคับชำระหนี้จากลูกหนี้ก่อน

๔)สิทธิเกี่ยงขอให้เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้ยึดถือไว้เป็นประกัน ก่อนผู้ค้ำฯ

๕)มีสิทธิยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้หรือตนเองขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ได้

 

การผ่อนเวลา

สามารถกระทำได้ หากผู้ค้ำยินยอม โดยความยินยอมนี้ต้องทำขณะที่จะผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ไม่สามารถทำล่วงหน้าเพราะจะไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย เว้นแต่ผู้ค้ำเป็นสถาบันการเงินหรือมีกิจการรับค้ำประกันเป็นปกติอยู่แล้วจึงสามารถให้ความยินยอมล่วงหน้าได้ (ใช้กับสัญญาที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)


กรณีลูกหนี้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง เช่นชำระหนี้บางส่วนหรือรับสภาพหนี้ 

มีผลถึงผู้ค้ำฯด้วย


กรณีเจ้าหนี้ทำให้ ผู้ค้ำๆไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิในทรัพย์ของลูกหนี้ที่เจ้ายึดถือเป็นประกันไว้ได้ 

ผู้ค้ำหลุดพ้นความรับผิดเท่าที่ตนเสียหาย

 

ผลหลังผู้ค้ำชำระหนี้แทนลูกหนี้

-ผู้ค้ำมีสิทธิไล่เบี้ยจากลูกหนี้เพื่อเป็นค่าเงินต้น ดอกเบี้ยและเพื่อการที่เสียไปเพราะค้ำประกัน

-ลูกหนี้หลุดพ้นจากความรับผิดในเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องชำระต่อเจ้าหนี้ แต่ต้องชำระหนี้ที่ผู้ค้ำจ่ายไปแทนตนเองแก่ผู้ค้ำ



หนี้ค้ำประกันระงับ 

๑)เมื่อหนี้ประธานระงับ

๒)เจ้าหนี้และลูกหนี้ตกลงผ่อนเวลาในการชำระหนี้ให้ลูกหนี้  โดยที่ผู้ค้ำไม่ยินยอมด้วย (การผ่อนเวลาคือ ระหว่างเวลาที่เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ เจ้าหนี้จะบังคับให้ลูกหนี้ใช้หนี้มิได้)

๓)ในกรณีที่เจ้าหนี้กระทำการใด ๆ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกัน รวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วก็ดี ลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดดังกล่าวไม่ครบถ้วนแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้นแล้วก็ดี ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดดังกล่าวแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดี  ทั้งนี้ ไม่ว่าจะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดดังกล่าวแล้วหรือไม่ก็ตาม ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน

 

อายุความ

-เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำรับผิดหนี้และดอกเบี้ย ,ค่าภาระติดพัน ค่าอุปกรณ์ ๑๐ ปี นับแต่ส่งหนังสือถึงผู้ค้ำว่าลูกหนี้ผิดนัด

-เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำรับผิดหนี้เงินต้น ๑๐ ปี นับแต่ลูกหนี้ผิดนัด

-ผู้ค้ำฟ้องไล่เบี้ยลูกหนี้  ๑๐ ปี นับแต่ใช้เงินแทน

 

 


 

 

 

จำนอง 

 คือ ผู้จำนองนำทรัพย์เป็นประกันการชำระหนี้ของลูกหนี้ เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้

 

ผู้ที่จำนองได้ 

  ต้องเป็นเจ้าของเท่านั้น(กรณีมีจ้าของหลายคน ทุกคนต้องยินยอม มิฉะนั้นถูกฟ้องเพิกถอนได้เนื่องจากการจำนองย่อมครอบที่ดินทั้งแปลง ดังนั้นจึงอาจมีการบังคับจำนองที่ดินทั้งแปลงซึ่งอาจไปโต้แย้งสิทธิของเจ้าของร่วมคนอื่นๆ)  โดยหนี้ที่จำนองนั้นอาจจะเป็นหนี้ของลูกหนี้เองหรือของบุคคลอื่นๆก็ได้


ข้อความสำคัญในสัญญาจำนอง 

ต้องเป็นหนี้ที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ระบุหนี้หรือสัญญาที่จำนองทรัพย์เป็นประกันและระบุจำนวนเงินที่จำนองเป็นเงินไทยเอาไว้ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (ใช้บังคับกับสัญญาที่ทำในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

 

ข้อตกลงที่แตกต่างจากกฎหมายดังต่อไปนี้ เป็นโมฆะ (ใช้บังคับกับสัญญาที่ทำในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

มาตรา ๗๒๘  เมื่อจะบังคับจำนองนั้น ผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวนั้น ถ้าและลูกหนี้ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์สินซึ่งจำนองและให้ขายทอดตลาดก็ได้

ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นกรณีผู้จำนองซึ่งจำนองทรัพย์สินของตนไว้เพื่อประกันหนี้อันบุคคลอื่นต้องชำระ ผู้รับจำนองต้องส่งหนังสือบอกกล่าวดังกล่าวให้ผู้จำนองทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ส่งหนังสือแจ้งให้ลูกหนี้ทราบ ถ้าผู้รับจำนองมิได้ดำเนินการภายในกำหนดเวลาสิบห้าวันนั้น ให้ผู้จำนองเช่นว่านั้นหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนซึ่งลูกหนี้ค้างชำระ ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาสิบห้าวันดังกล่าว

 

มาตรา ๗๒๙ ในการบังคับจำนองตามมาตรา ๗๒๘ ถ้าไม่มีการจำนองรายอื่นหรือบุริมสิทธิอื่นอันได้จดทะเบียนไว้เหนือทรัพย์สินอันเดียวกันนี้ ผู้รับจำนองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกเอาทรัพย์จำนองหลุดภายในบังคับแห่งเงื่อนไขดังจะกล่าวต่อไปนี้แทนการขายทอดตลาดก็ได้

(๑) ลูกหนี้ได้ขาดส่งดอกเบี้ยมาแล้วเป็นเวลาถึงห้าปี และ

(๒) ผู้รับจำนองแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลว่าราคาทรัพย์สินนั้นน้อยกว่าจำนวนเงินอันค้างชำระ

มาตรา ๗๓๕ เมื่อผู้รับจำนองคนใดจะบังคับจำนองเอาแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ผู้รับจำนองต้องมีจดหมายบอกกล่าวแก่ผู้รับโอนล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อน จึงจะบังคับจำนองได้

 

การจำนองที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

ต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้นมิฉะนั้นเป็นโมฆะ



สิทธิของเจ้าหนี้เมื่อจดทะเบียนจำนอง 

๑)มีสิทธิได้รับชำระหนี้ ก่อนเจ้าหนี้สามัญไม่ว่าทรัพย์ที่จำนองจะโอนไปที่บุคคลอื่นหรือไม่(หนี้จำนองติดไปกับทรัพย์จนกว่าจะใช้หนี้ครบถ้วน)

๒)มีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินต้น และค่าอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับการจำนอง


ผลต่อผู้จำนองที่ไม่ได้เป็นลูกหนี้ด้วยเมื่อจดทะเบียนจำนองแล้ว 

๑)เมื่อเจ้าหนี้ลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ เจ้าหนี้ต้องทำหนังสือแจ้งผู้จำนองใน ๖๐ วันนับแต่ตกลงกัน เพื่อให้ลูกหนี้หรือผุ้จำนองชำระหนี้ โดยผู้จำนองมีสิทธิชำระหนี้ทั้งหมดใน ๖๐ วันนับแต่ครบกำหนดชำระหนี้ตามที่ได้ลด กรณีเจ้าหนี้ทำหนังสือถึงผู้จำนองเมื่อล่วงเลยเวลาชำระหนี้ตามที่ตกลง ให้ผู้จำนองมีสิทธิชำระหนี้ภายใน ๖๐ วันนับแต่ได้รับหนังสือจากเจ้าหนี้ได้ ข้อตกลงที่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้จำนองเกินกว่าที่กล่าวไปเป็นโมฆะ (ใช้ได้กับทุกสัญญาจำนองไม่ว่าจะทำขึ้นก่อนหรือหลัง ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘)

๒)มีสิทธิหลุดพ้นเท่าที่ผู้จำนองเสียหาย หากเจ้าหนี้ทำให้ ผู้จำนองไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิในทรัพย์ของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้ยึดถือเป็นประกันไว้ได้ (ใช้ได้กับทุกสัญญาจำนองไม่ว่าจะทำขึ้นก่อนหรือหลัง ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘)

๓)มีสิทธิหลุดพ้นจากหนี้จำนอง หากเจ้าหนี้และลูกหนี้ตกลงผ่อนเวลาในการชำระหนี้ให้ลูกหนี้  โดยที่ผู้จำนองไม่ยินยอมด้วย (การผ่อนเวลาคือ ระหว่างเวลาที่เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ เจ้าหนี้จะบังคับให้ลูกหนี้ใช้หนี้มิได้)(ใช้ได้กับทุกสัญญาจำนองไม่ว่าจะทำขึ้นก่อนหรือหลัง ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘)

๔) มีสิทธิหลุดพ้นจากหนี้จำนอง หากขอชำระหนี้เมื่อถึงเวลาแล้วเจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้(ใช้ได้กับทุกสัญญาจำนองไม่ว่าจะทำขึ้นก่อนหรือหลัง ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘)

๕)รับผิดเท่ากับราคาทรัพย์ที่จำนองในตอนบังคับจำนองหรือเอาทรัพย์หลุด(ใช้ได้กับสัญญาจำนองที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)


การบังคับจำนองผู้จำนองที่ไมไ่ด้เป็นลูกหนี้ด้วย(ใช้บังคับกับการบังคับจำนองที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

กรณีผู้จำนองไม่ได้เป็นลูกหนี้ด้วย ผู้รับจำนองต้องส่งหนังสือถึงผู้จำนองใน ๑๕ วันนับแต่ส่งหนังสือบอกล่าวแก่ลูกหนี้ หากไม่ส่งในกำหนดที่กล่าวไป ผู้จำนองที่ไมไ่ด้เป็นลูกหนี้ด้วยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ค่าสินไหม ค่าอุปกรณ์ที่เกิดหลังพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวมา


ผลต่อผู้จำนองที่เป็นลูกหนี้ด้วยเมื่อจดทะเบียนจำนอง 

๑)เมื่อเอาทรัพย์จำนองหลุดแทนการชำระหนี้หรือขายทอดตลาดแล้วได้เงินน้อยกว่าจำนวนหนี้เท่าใด ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้


การบังคับจำนองกรณีผู้จำนองเป็นลูกหนี้ด้วย (ใช้บังคับกับการบังคับจำนองที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

๑) กรณีผู้จำนองเป็นลูกหนี้ด้วย ผู้รับจำนองต้องส่งหนังสือบอกกล่าวดังกล่าวให้ลูกหนี้ไถ่ถอนจำนองใน ๖๐ วันนับแต่ลูกหนี้ได้รับการบอกล่าว 


การเอาทรัพย์ที่จำนองหลุดแทนการชำระหนี้ (ใช้บังคับกับการบังคับเอาทรัพย์จำนองหลุดที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

   ถ้าไม่มีการจำนองรายอื่นหรือบุริมสิทธิอื่นอันได้จดทะเบียนไว้เหนือทรัพย์สินอันเดียวกันนี้ ผู้รับจำนองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกเอาทรัพย์จำนองหลุดภายในบังคับแห่งเงื่อนไขดังจะกล่าวต่อไปนี้แทนการขายทอดตลาดก็ได้

(๑) ลูกหนี้ได้ขาดส่งดอกเบี้ยมาแล้วเป็นเวลาถึงห้าปี และ

(๒) ผู้รับจำนองแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลว่าราคาทรัพย์สินนั้นน้อยกว่าจำนวนเงินอันค้างชำระ”


การขอให้ขายทอดตลาดโดยไม่ต้องฟ้องศาลก่อน (ใช้บังคับกับสัญญาจำนองที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

    หลังจากที่หนี้ถึงกำหนดชำระ ถ้าไม่มีการจำนองรายอื่นหรือบุริมสิทธิอื่นอันได้จดทะเบียนไว้เหนือทรัพย์สินอันเดียวกันนี้ ผู้จำนองมีสิทธิแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับจำนองเพื่อให้ผู้รับจำนองดำเนินการให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีต่อศาล โดยเมื่อผู้รับจำนองได้รับหนังสือแล้วผู้รับจำนองต้องดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งนั้น  ทั้งนี้ ให้ถือว่าหนังสือแจ้งของผู้จำนองเป็นหนังสือยินยอมให้ขายทอดตลาด ในกรณีที่ผู้รับจำนองไม่ได้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้ผู้จำนองพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนซึ่งลูกหนี้ค้างชำระ ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว

ผลหลังจากการขายทอดตลาดหรือเอาทรัพย์จำนองหลุดแล้ว ได้เงินไม่พอใช้หนี้

-ผู้จำนองที่ไม่ได้เป็นลูกหนี้ ทีทำสัญญาหลังจาก ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ไม่ต้องรับผิด

-ผู้จำนองที่ไม่ได้เป็นลูกหนี้ ทีทำสัญญาก่อน ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ โดยระบุว่ายินยอมรับผิดในส่วนที่ขาดไปต้องรับผิด

-ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ระุบุว่ายินยอมรับผิดในส่วนที่ขาดไป

 

  

การบังคับจำนองกรณีมีผู้รับโอน(ใช้บังคับกับการบังคับจำนองที่ทำขึ้นในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นไป)

   เมื่อผู้รับจำนองคนใดจะบังคับจำนองเอาแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ผู้รับจำนองต้องมีจดหมายบอกกล่าวแก่ผู้รับโอนล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อน จึงจะบังคับจำนองได้”และหากผู้รับโอนต้องการไถ่ถอนจะไถ่ถอนจำนองเมื่อใดก็ได้ แต่ถ้าผู้รับจำนองได้บอกกล่าวว่าจะบังคับจำนอง ผู้รับโอนต้องไถ่ถอนจำนองภายในหกสิบวันนับแต่วันรับคำบอกกล่าว”


หนี้จำนองระงับ 

(๑) เมื่อหนี้ที่ประกันระงับสิ้นไปด้วยเหตุประการอื่นใดมิใช่เหตุอายุความ

(๒) เมื่อปลดจำนองให้แก่ผู้จำนองด้วยหนังสือเป็นสำคัญ

(๓) เมื่อผู้จำนองหลุดพ้น

(๔) เมื่อถอนจำนอง

(๕) เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนองตามคำสั่งศาลอันเนื่องมาแต่การบังคับจำนองหรือถอนจำนอง หรือเมื่อมีการขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยผู้จำนองร้องขอ

(๖) เมื่อเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองนั้นหลุด”

 

อายุความ

ฟ้องบังคับจำนองหรือเอาทรัพย์หลุดไม่มีอายุความ แต่ถ้าหนี้ประธานขาดอายุความไปแล้วจะเรียกดอกเบี้ยค้างชำระได้แค่ ๕ ปี

 


 

 

จำนำ 

 ผู้จำนำส่งมอบสงหาฯก่ผู้รับจำนำเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ของลูกหนี้


ผู้ที่จำนำได้ 

 ต้องเป็นเจ้าของเท่านั้น


สัญญาจำนำมีผลตามกฎหมาย 

 เมื่อมีการส่งมอบทรัพย์ที่จำนำ

 

การจำนำสิทธิซึ่งมีตราสาร

 ต้องมีการส่งมอบแก่ผู้รับจำนและทำหนังสือแจ้งลูกหนี้


การจำนำเช็คหรือตั๋วแลกเงินแบบผู้ถือ

ต้องมีการสลักหลังจำนำจึงจะใช้อ้างแก่บุคคลภายนอกได้

 

การจำนำเช็คหรือตั๋วแลกเงินแบบระบุชื่อและห้ามโอนเปลี่ยนมือ

ต้องมีการสลักหลังและแจ้งไปยังลูกหนี้ตามเช็ค ถึงจะใช้อ้างแก่บุคคลภายนอกหรือลูกหนี้ได้


การบังคับจำนำ 

ต้องทำหนังสือถึงลูกหนี้ภายในสมควรเพื่อให้มาไถ่ หากเกินกำหนดจึงนำมาขายทอดตลาด


กรณีได้เงินน้อยกว่าจำนวนหนี้ 

ลูกหนี้รับผิดในส่วนที่ขาด


หนี้จำนำระงับ 

๑)หนี้ประธานระงับโดยไม่ใช่เพราะอายุความ

๒)ผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์ที่จำนำกลับคืนแก่ผู้จำนำ


อายุความ

ฟ้องบังคับจำนำไม่มีอายุความ แต่ถ้าหนี้ประธานขาดอายุความไปแล้วจะเรียกดอกเบี้ยค้างชำระได้แค่ ๕ ปี



 
Online:  14
Visits:  2,282,193
Today:  231
PageView/Month:  23,260