สำนักงานทนายความรับว่าความและให้คำปรึกษากฎหมายทุกประเภท

      
 
ผู้เขียน : นวพล ผ่องอำไพ   หัวข้อ : นิติกรรม , สัญญาอ่าน 1899 / ความคิดเห็น 0
รูปประจำตัว
นวพล ผ่องอำไพ
  • 1 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 1 มีนาคม 2553
รูปไอคอน
หัวข้อ : นิติกรรม , สัญญา
7/1/2558 14:37:00

นิติกรรม คือ การกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และทำลงโดยใจสมัคร เป็นผลให้ก่อ โอน ระงับ สงวน สิทธิ ของตน


นิติกรรมที่เป็นโมฆะ คือ


-วัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมาย โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายทราบวัตถุประสงค์ของนิติกรรมสัญญานี้ขัดต่อกฎหมาย เช่น การซื้อขายที่ดินของคนต่างชาติ  การซื้อขายที่ดินของหลวง  ฯลฯ


-ขัดกฎหมายความสงบเรียบร้อยศีลธรรม เช่นตกลงยอมความในคดีอาญาแผ่นดิน การทุจริตฮั้วประมูล คิดค่าว่าความเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดเงินที่ชนะคดี


-ไม่ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด เช่น สัญญาซื้อขายที่ดินที่มี นส.๓ หรือโฉนด ที่ไม่ได้จดทะเบียน


-สำคัญผิดในสาระสำคัญของสัญญา คือ  คู่สัญญาเช่นเข้าใจผิดว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิทำสัญญา ,  ลักษณะของสัญญาเช่นต้องการทำสัญญาซื้อขายแต่กลับทำสัญญาขายฝากหรือจะซื้อทรัพย์ทั้งหมดแต่ทำกลับทำสัญญาซื้อแค่บางส่วน ,  ตัวทรัพย์ตามสัญญา เช่นต้องการซื้อม้าสีแดงแต่กลับทำสัญญาไปซื้อม้าสีน้ำตาล ,ราคาที่ตกลงซื้อขาย  


-มีการสมคบกับอีกฝ่ายแสดงเจตนาลวงที่ไม่ต้องการให้มีผลผูกพัน เช่น ทำสัญญาซื้อขายทรัพย์เพื่อหนีหนี้เจ้าหนี้  , ต้องการกู้เงินจากธนาคารแต่ไม่มีหลักทรัพย์ จึงขอยืมจากเพื่อนโดยให้เพื่อนแกล้งทำสัญญาขายทรัพย์ให้ เว้นแต่จะเป็นวิธีการทางธุรกิจที่เคยทำกันมา ผลของเจตนาลวงคือ ยกเจตนาลวงขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกที่ สุจริต และเสียหายจากเจตนาลวง ไม่ได้


-มีการสมคบกับอีกฝ่ายทำนิติกรรมอำพราง โดยคู่สัญญาคู่เดียวกันการทำนิติกรรมขึ้นมาสองนิติกรรม โดยใช้นิติกรรมที่ไม่ต้องการให้มีผลผูกพันอำพรางนิติกรรมที่ต้องการทำจริงๆเช่น แลกเปลี่ยนที่นากัน แต่ทำสัญญาเป็นซื้อขายเพื่อจะได้เสียค่าธรรมเนียมน้อยลง เว้นแต่เป็นกรณีของ การที่คู่สัญญาเดียวกัน ทำนิติกรรมขึ้นมาสองนิติกรรมสัญญา โดยนิติกรรมแรกก็มีเจตนาให้ผูกพันตามสัญญา แต่ต่อมาเกิดเปลี่ยนเจตนาเพื่อให้ได้รับประโยชน์มากขึ้น หรือ การที่คู่สัญญาเดียวกัน ทำนิติกรรมขึ้นมาสองนิติกรรมสัญญา โดยต้องการให้มีผลผูกพันทั้งสองสัญญา


มีการแสดงเจตนาโดยไม่ต้องการผูกพันตามเจตนาที่แสดงออกมาและคู่สัญญาอีกฝ่ายทราบถึงเจตนานี้ กรณีผู้มีอำนาจทำการแทน เช่นผู้รับมอบอำนาจหรือผู้มีอำนาจนิติบุคคลทราบ ก็ถือว่าคู่สัญญาทราบเช่นกัน เว้นกรณีประโยชน์ของผู้มีอำนาจนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ของนิติบุคคล


ผลของการเป็นโมฆะ ให้สัตยาบันมิได้ , คู่สัญญายกขึ้นกล่าวอ้างให้รับผิดตามสัญญามิได้ , กลับคืนสู่ฐานะเดิม โดยกรณีที่ต้อมีการคืนทรัพย์เพรากลับสู่ฐานเดิม กฎหมายให้นำ เรื่อง ลาภมิควรได้มาบังคับใช้ ยกเว้นมีเหตุที่ไม่ต้องคืนทรัพย์ ตาม ม.๔๐๗,๔๑๐,๔๑๑,๔๑๒,๔๑๓,๔๑๕ ในเรื่องของ ลาภมิควรได้เอง


สิ่งที่เรียกร้องได้ คือ เพิกถอนนิติกรรม ,เรียกค่าเสียหาย ,คืนเงิน,ใช้ค่าทำงาน,กระทำการให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม


อายุความ

-เพิกถอนนิติกรรม ๑๐ ปีนับแต่วันทำนิติกรรมโมฆะเกิดขึ้น(เว้นมีกฎหมายเฉพาะเรื่องกำหนดเป็นอย่างอื่น)

-เรียกค่าเสียหาย ๑ ปี นับแต่รู้เหตุแต่ไม่เกิน ๑๐ ปี นับแต่ทำนิติกรรมขึ้น

-คืนเงิน,ใช้ค่าทำงาน,กระทำการให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม ๑ ปีนับแต่รู้ถึงสิทธิแต่ไมเกิน ๑๐ ปี นับแต่เกิดสิทธิ



 

 

นิติกรรมที่เป็นโมฆียะคือ                                                                                                                                       

-สำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์หรือคู่สัญญา เช่น ซื้อที่ดินโดยเข้าใจว่าออกโฉนดได้ , ซื้อรถยนต์ที่หมายเลขตัวถังหมายเลขเครื่องไม่ตรงกับคู่มือรถ ,เข้าใจผิดว่า นาย ก. คิดเลขได้เร็วจึงรับทำงาน , เข้าใจผิดว่า นาย ก. รู้จักทางไปสนามหลวง จึงจ้างให้ไปส่ง  กรณีการสำคัญผิดนี้เกิดจากความประมาทร้ายแรงแล้วผู้สำคัญผิดจะยกขึ้นกล่าวอ้างมิได้


-ถูกข่มขู่        เช่น กรณีขาดส่งงวดรถจึงขู่ว่าถ้าไม่จ่ายเงินค่าปรับผิดนัดจะนำรถยนต์ไป แต่ถ้าขู่ว่าถ้าไม่จ่ายจะฟ้องถือว่าขู่จะทำตามกฎหมายไม่ผิด ,ขู่ให้ทำสัญญาด้วย


-ถูกฉ้อฉล(หลอก)โดยถึงขนาดว่าหากไม่มีการฉ้อฉล ก็จะไม่มีการทำสัญญาเกิดขึ้น  โดยการนิ่งไม่แจ้งบอกตามหน้าที่ ก็ถือว่า ฉ้อฉล อย่างหนึ่งเช่นกัน


-ไม่มีความสามารถตามกฎหมาย            เพราะเป็นผู้เยาว์ ,  ผู้ไร้ความสามารถ ,  หรือผู้เสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งตามกฎหมายผู้เยาว์จะทำนิติกรรมต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมอนุญาต(บิดามารดาอนุญาต)เว้นนิติกรรมบางอย่างที่กฎหมายกำหนดให้ทำได้ ส่วนผู้ไร้ฯไม่สามารถทำนิติกรรมได้เองอยู่แล้ว ส่วนผู้เสมือนไร้ฯทำนิติกรรมได้เองแต่นิติกรรมบางอย่างต้องให้ผู้พิทักษ์อนุญาตก่อนถึงทำได้


ผลของการเป็นโมฆียะ ให้สัตยาบันได้ หรือบอกล้างได้


-โดยการให้สัตยาบัน ต้องทำโดย ผู้เยาว์หรือผู้แทนโดยชอบธรรม , ผู้ไร้ฯหรือผู้อนุบาล , ผู้เสมือนไร้หรือผู้พิทักษ์  , ผู้วิกลจริต, คู่สัญญา ,ทายาทคู่สัญญา ตามแต่กรณี  โดยการให้สัตยาบัน ถ้าให้โดยผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ สามารถทำได้ตั้งแต่ทราบ กรณีทำโดย ผู้ไร้ฯ , เสมือนไร้, วิกลจริต ต้องทำหลังจาก หลุดพ้นจากการเป็น ผู้ไร้ฯ , เสมือนไร้, วิกลจริต โดยให้ต่อคู่กรณีอีกฝ่าย ผลของการให้สัตยาบัน ถือว่านิติกรรมระหว่างคู่สัญญาสมบูรณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม


-การบอกล้างต้องทำโดยผู้เยาว์หรือผู้แทนโดยชอบธรรม , ผู้ไร้ฯหรือผู้อนุบาล , ผู้เสมือนไร้หรือผู้พิทักษ์  , ผู้วิกลจริต, คู่สัญญา ,ทายาทคู่สัญญา ตามแต่กรณี  โดยต้องทำใน ๑ ปี นับแต่ให้สัตยาบันได้แต่ไม่เกิน ๑๐ ปี นับแต่ทำนิติกรรมขึ้นมา โดยบอกล้างต่อคู่กรณี ผลของการบอกล้าง คือสัญญาเป็นโมฆะคู่กรณีกลับสู่ฐานะเดิมก่อนทำสัญญา

 

สิ่งที่เรียกร้องได้ คือ เพิกถอนนิติกรรม ,เรียกค่าเสียหาย ,คืนเงิน,ใช้ค่าทำงาน,กระทำการให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม


อายุความ

-เพิกถอนนิติกรรม ๑๐ ปีนับแต่วันทำนิติกรรมโมฆียะเกิดขึ้น(เว้นมีกฎหมายเฉพาะเรื่องกำหนดเป็นอย่างอื่น)

-เรียกค่าเสียหาย ๑ ปี นับแต่รู้เหตุแต่ไม่เกิน ๑๐ ปี นับแต่ทำนิติกรรมขึ้น

-คืนเงิน,ใช้ค่าทำงาน,กระทำการให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม ๑ ปีนับแต่วันบอกล้าง



 

 

การแสดงเจตนาทำสัญญา  


ถาม  สัญญาเกิดขึ้นเมื่อใด


ตอบ  เมื่อคำเสนอและคำสนองถูกต้องตรงกัน โดยจะเกิดสัญญาเมื่อคำสนองกลับไปถึงผู้เสนอ

 

ถาม  บอกขายมีดราคา ๑,๐๐๐  มอบเงินมา มอบมีดให้เลย  ต่อมามีคนมาขอซื้อ แต่เปลี่ยนใจไม่ขายได้หรือไม่


ตอบ  เปลี่ยนใจไมได้เพราะ เสนอขายไปแล้ว ต้องผูกพันการเสนอขายไปจนกว่าจะเกิดสัญญาซื้อขาย


ถาม  บอกขายรถ แต่ยังไมได้บอกราคา ต่อมามีคนจะซื้อ ไม่ขายได้หรือไม่


ตอบ  ได้เพราะ ยังไม่มีการแสดงชัดเจนในสาระสำคัญของการขาย คือ ราคา และการโอนกรรมสิทธิ์


ถาม  ส่งจดหมายบอกให้เพื่อนมาซื้อบ้าน โดยจดหมายใช้เวลาส่ง ๒ วัน ต่อมา ๑ วัน จะ ยกเลิกการขายได้หรือไม่


ตอบ  ไม่ได้เพราะยังอยู่ในระยะเวลาที่คาดได้ว่าอาจได้รับหนังสือตอบรับกลับมา


ถาม  ประกาศขายหนังสือ โดยกำหนดขายถึง ๑ ม.ค. ต่อมาหลังจาก ๑ ม.ค. มีคนมาขอซื้อ กรณีนี้ไม่ขายได้หรือไม่


ตอบ   ได้เพราะเกินกำหนดขายแล้ว


ถาม  บอกขายพระ ต่อมาคนซื้อแจ้งว่า ขอลดราคาลง ครึ่งหนึ่ง  ไม่ขายได้หรือไม่


ตอบ  ได้เพราะการขอลดราคา ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมข้อเสนอที่บอกขายไป เป็นการยื่นข้อเสนอใหม่แก่คนจะขาย


ถาม  ตกลงซื้อแหวนทอง โดยจะต้องไปทำสัญญาเป็นหนังสือก่อน ถึงจะส่งมอบเงินและแหวน ต่อมาทั้งคู่เปลี่ยนใจไม่ทำสัญญาเป็นหนังสือ แต่จะขอส่งมอบเงินและแหวนเลยได้หรือไม่


ตอบ  ได้ถือว่าเป็นการตกลงกันใหม่

 


 

 

สัญญาต่างตอบแทน


ถาม  สัญญาต่างตอบแทนคืออะไร


ตอบ  คือสัญญาที่ ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ปฎิบัติการชำระหนี้แก่อีกฝ่ายเมื่อถึงกำหนดชำระตามที่ตกลงกัน(อาจไม่พร้อมกัน)


ถาม  ซื้อขายบ้าน โดยจะให้เงินวันรุ่งขึ้นที่โอนสร็จ ในวันโอนผู้ขายบอกให้ผู้ซื้อนำเงินมาให้ ไม่งั้นจะไม่โอนได้หรือไม่


ตอบ  ไม่ได้เพราะหนี้ ตามสัญญาต้องโอน ก่อนจึงจะได้เงิน


ถาม ตกลงซื้อที่ดิน โดยจะให้เงินวันโอน ต่อมา ในวันโอนผู้ขายรู้ว่าคนซื้อไม่มีเงินมาจ่าย ผู้ขายไม่โอนได้หรือไม่


ตอบ  ได้เพราะ ผู้ซื้อไม่อยู่ในฐานะที่จะจ่ายเงินได้ในวันโอน


 

ถาม จ้างทำถนน โดยระบุเงื่อนไขว่า หากมีการเพิ่มเติมงานให้ ผู้รับจ้างติดป้ายบอกประชาชนด้วย ต่อมามีการเพิ่มเติมงานแต่ไม่มีการติดป้าย ผู้รับจ้างผิดสัญญาหรือไม่


 

ตอบ สัญญาจ้างทำของ มีสาระสำคัญของสัญญาคือความสำเร็จของงาน เมื่อมิได้มีการผิดในสาระสำคัญของประเภทสัญญา คือ ไม่ผิดกำหนดส่งมอบงาน ไม่ผิดในรูปแบบของงานที่จ้างให้ทำ ไม่ผิดปริมาณ  ไม่ผิดขนาด ไม่ผิดจำนวน ฯลฯ รวมทั้งไม่มีข้อความในสัญญาว่า หากผิดข้อสัญญาแม้ข้อใดข้อหนึ่งแล้วให้ผิดสัญญาทั้งหมด การผิดที่ไม่ปิดป้ายบอกประชาชนจึงไม่ใช่การผิดในสาระสำคัญของสัญญาอันจะทำให้สัญญาเลิกกันได้


 

ถาม  ซื้อทราย ๑ คันรถ แต่ยังไม่ได้ตักใส่รถ ต่อมาทรายหายคนซื้อต้องจ่ายเงินค่าทรายหรือไม่


ตอบ  ไม่ต้อง เพราะยังไมได้ทำการตักใส่รถ ทรายที่หายจึงยังไม่ถือว่าเป็นขอคนซื้อ

 

ถาม  ซื้อข้าว ๑ กิโลตักใส่ถุงแล้ว คนซื้อบอกให้ไปส่ง ระหว่างทาง รถขนข้าวถูกชน ข้าวเสียหาย คนซื้อต้องจ่ายเงินหรือไม่


ตอบ  จ่ายเพราะ ข้าวได้ใส่ถุงไว้แล้ว ถือว่าเป็นของคนซื้อแล้ว


ถาม เช่ารถจักรยาน ๑๐ วัน ต่อมาระหว่างเช่ารถหายไป ผู้เช่าต้องจ่ายค่าเช่าหรือไม่


ตอบ  ไม่ต้อง เพราะการชำระหนี้พ้นวิสัยไปแล้วเนื่องจาก รถหายโดยไม่มีฝ่ายใดผิด แต่คนให้เช่าก็ไม่ได้เช่าต่อไป


ถาม  จ้าง นาย ก .ทำรูปปั้น ต่อมาระหว่างทำ นาย ก.ถูกรถชน สมองเลอะเลือน คนจ้างเรียกให้ ก .ทำต่อได้หรือไม่


ตอบ ไม่ได้เพราะ พ้นวิสัยไปแล้ว โดยไม่มีฝ่ายใดผิดแต่ นาย ก.ก็เรียกเงินจาก ผู้ว่าจ้างไมได้เช่นกัน


ถาม กรณีเช่ารถจักรยาน ๑๐ วัน ต่อมาระหว่างเช่ารถหายไป  หากหายเพราะผู้ให้เช่า  ผู้ให้เช่า  ต้องรับผิดหรือไม่


 ตอบ  ต้องรับผิดโดย หารถใหม่มาให้เช่า


ถาม  กรณีเช่ารถจักรยาน ๑๐ วัน ต่อมาระหว่างเช่ารถหายไป  หากหายเพราะผู้เช่า  ผู้เช่า  ต้องรับผิดหรือไม่


ตอบ  ต้องรับผิดจ่ายค่าเช่าต่อไป


ถาม  ก.ทำสัญญา ยกเงินจากการทำงานที่ได้จาก ข. ให้  ค. สัญญานี้ถูกกฎหมายหรือไม่


ตอบ   ถูกกฎหมาย


ถาม  หากต่อมา ค. ทราบเรื่องจึงสอบถาม ก.  ก .จะเปลี่ยนใจไม่ให้ได้หรือไม่


ตอบ  ไม่ได้เพราะ ค.แสดงความประสงค์โดยการสอบถาม ก.แล้ว


ถาม ต่อมา  ก.ไม่ให้ ใคร ฟ้อง ก.ได้บ้าง


ตอบ ฟ้อง ได้ทั้ง ข.และ ค.

 


 

 

มัดจำ


ถาม  อะไรคือ มัดจำ


ตอบ มัดจำคือ ทรัพย์สินที่ให้ในวันทำสัญญาเพื่อเป็นหลักฐานว่า มีการทำสัญญาจริง


ถาม  กรณีไม่มีเงินสดให้เป็นมัดจำ จึงเอาหนังสือรับโอนสิทธิในเงินก่อสร้างให้ไว้แทน ถือเป็นมัดจำหรือไม่


ตอบ  ไม่ใช่เพราะ มัดจำต้องเป็นทรัพย์สินที่คู่สัญญายึดถือเอาได้จากคู่สัญญาเท่านั้น


ถาม กรณีคนให้มัดจำ ผิดสัญญา ต้องคืนมัดจำหรือไม่


ตอบ  ไม่ต้องคืน


ถาม  กรณีคนรับผิดสัญญา ต้องคืนมัดจำหรือไม่


ตอบ  ต้องคืน


ถาม กรณีเหลือชำระหนี้งวดสุดท้าย ถือเอามัดจำเป็นการใช้หนี้งวดสุดท้ายได้หรือไม่


ตอบ  ได้

 

อายุความฟ้องเรียกมัดจำเป็นไปตามอายุความของสัญญาประธาน



 


เบี้ยปรับ


ถาม  เบี้ยปรับคืออะไร


ตอบ  คือ ค่าเสียหายที่กำหนดเอาไว้ กรณี ที่ลูกหนี้ไม่จ่ายหนี้ตามสัญญาทั้งหมด หรือ จ่ายบางงวด


ถาม หากค่าเสียหาย มากกว่าเบี้ยปรับที่กำหนดไว้  สามารถเรียกค่าเสียหายส่วนต่างนั้นได้หรือไม่


ตอบ  ได้ จะถือว่าเบี้ยปรับเป็นจำนวนความเสียหายไปด้วย และรวมไปกับส่วนต่างที่เกิดขึ้นก็ได้


ถาม  กรณีใดบ้างที่จะเรียกเบี้ยปรับได้


ตอบ   กรณีที่ ลูกหนี้ผิดนัดจ่ายหนี้สัญญาทั้งหมด หรือ จ่ายแค่งวดใดงวดหนึ่ง โดยเป็นความผิดของลูกหนี้


ถาม กรณีที่ลูกหนี้ไม่จ่ายหนี้เลยซักงวด  จะขอให้ลูกหนี้จ่ายส่วนที่เหลือตามสัญญาและชำระเบี้ยปรับได้หรือไม่


ตอบ  ไม่ได้ ต้องเลือกเอาอย่างเดียว


ถาม กรณีที่ลูกหนี้จ่ายบางงวด ต้องการริบเบี้ยปรับ ได้หรือไม่ และต้องดำเนินการอย่างไร


ตอบ  ทำได้ โดยบอกลูกหนี้ในเวลาที่ลูกหนี้ใช้หนี้ทั้งหมดแล้ว ถือว่าเบี้ยปรับเป็นค่าความเสียหายไป และรวมไปกับส่วนต่างที่เกิดขึ้นก็ได้


ถาม กรณีลูกหนี้จ่ายบางงวด หากต้องการค่าเสียหายอย่างเดียวแลเบี้ยปรับได้หรือไม่


ตอบ  ถือว่าเบี้ยปรับเป็นค่าความเสียหายไป และรวมไปกับส่วนต่างที่เกิดขึ้นก็ได้

 

อายุความฟ้องเรียกเบี้ยปรับเป็นไปตามอายุความของสัญญาประธาน

 


 

 

การเลิกสัญญา


ถาม  การเลิกสัญญาต่างตอบแทนทำได้อย่างไร


ตอบ โดยการแสดงเจตนาแก่ คู่สัญญา โดยตรงหรือโดยปริยายก็ได้  จะมีผลเมื่อคู่สัญญาตกลงด้วยทั้งสองฝ่าย


ถาม การเลิกสัญญาที่มีลักษณะเป็นการกระทำการฝ่ายเดียว ทำได้หรือไม่


ตอบ ทำได้ โดยฝ่ายผู้กระทำการให้ จะยกเลิกเมื่อใดก็ได้


ถาม  การเลิกสัญญา กรณีไม่มีกำหนดเลิกสัญญาในสัญญา ทำได้อย่างไร


ตอบ  บอกล่วงหน้าให้ทำตามสัญญาในกำหนด หากเลยกำหนดถือว่าเลิกสัญญา


ถาม  การเลิกสัญญา กรณีมีกำหนดเลิกสัญญาในสัญญา ต้องบอกล่วงหน้าหรือไม่


ตอบ  ไม่ต้องบอกล่วงหน้า เพราะสัญญาระบุไว้แล้ว


ถาม คู่สัญญาฝ่ายใด มีสิทธิเลิกสัญญาได้


ตอบ  ฝ่ายที่ไม่ได้ผิดสัญญา เท่านั้นถึงจะเลิกสัญญาได้


ถาม  กรณี ต้องจ่ายเงินทุกวันที่ ๑ ต่อมา อีกฝ่ายยอมรับชำระหนี้ในวันที่ ๒ ผู้รับเงินจะขอเลิกสัญญาเพราะผิดนัดได้หรือไม่


ตอบ  ไมได้เพราะ ถือว่า ไม่ได้เอาวันที่ซึ่งชำระเงินเป็นสำคัญในสัญญาอีกต่อไป


ถาม กรณี สัญญาต่างตอบแทน ต่อมาคู่สัญญาตกลงไม่ดำเนินการใดๆตามสัญญาต่อกันอีกต่อไป ถือว่าผิดสัญญาหรือไม่


ตอบ  ไม่ผิดเพราะถือว่า ตกลงเลิกสัญญากันโดยปริยาย


ถาม เมื่อเลิกสัญญาแล้วมีผลอย่างไร


ตอบ  คู่สัญญากลับคืนฐานะเดิม ไม่มีหนี้ใดๆต้องทำตามสัญญาต่อกัน แต่ยังเรียกค่าเสียหายจากฝ่ายผิดสัญญาได้อยู่

 


 

 

การเพิกถอนสัญญา


ถาม  กรณีใดบ้างที่จะอ้างใช้สิทธิตามสัญญาไม่ได้


ตอบ ๑) ทำสัญญาขึ้นโดยวัตถุประสงค์ขัดกฎหมายหรือศีลธรรม  ๒)ไม่ทำตามแบบกฎหมายกำหนด


ถาม  ให้เพื่อนยืมเงินไปเล่นหวย โดยทำสัญญากู้เงินไว้ ต่อมาไม่ใช้คืน ฟ้องให้ใช้ตามสัญญาได้หรือไม่


ตอบ  ไม่ได้เพราะ การให้ยืมไปเล่นหวยมีวัตถุประสงค์ขัดกฎหมาย


ถาม  ทำสัญญาจะยกบ้านให้เนื่องจากเป็นภรรยาน้อย ต่อมาไม่ให้ตามสัญญา ภรรยาน้อยฟ้องได้หรือไม่


ตอบ  ไมได้เพราะสัญญาจะยกบ้านให้เนื่องจากเป็นภรรยาน้อยมีวัตถุประสงค์ขัดศีลธรรม


ถาม  กรณีใดบ้างเพิกถอนสัญญาได้


ตอบ  ๑)สำคัญผิดใน ทรัพย์สินตามสัญญา ,บุคคลคู่สัญญา,ลักษณะของสัญญา ๒ )สมคบกับอีกฝ่ายแสดงเจตนาลวง ๓)สมคบกับอีกฝ่ายแสดงเจตนานิติกรรมอำพราง ๔)ถูกบังคับ , ข่มขู่ ,หลอกลวงฉ้อฉล


ถาม   ต้องการซื้อที่ดินแปลงเลข ๑ แต่วันทำสัญญากลับทำสัญญาผิดเป็นแปลงเลข ๒ กรณีนี้เพิกถอนสัญญาได้หรือไม่


ตอบ  ได้เพราะเป็นการสำคัญผิดใน ทรัพย์สินตามสัญญา


ถาม   เข้าใจผิดว่า ก.เป็นเจ้าของทรัพย์ที่จะซื้อ ทำสัญญาซื้อทรัพย์ ต่อมาทราบความจริง จะขอเพิกถอนสัญญาได้หรือไม่


ตอบ  ได้เพราะสำคัญผิดใน บุคคลคู่สัญญา


ถาม  ต้องการทำมอบอำนาจให้เช่าที่ดิน แต่ทำผิดเป็นมอบอำนาจให้ขายที่ดิน ต่อมาทราบเรื่อง ขอเพิกถอนได้หรือไม่


ตอบ  ได้เพราะสำคัญผิดใน  ลักษณะของสัญญา


ถาม  ต้องการซื้อที่ดินเลข ๑ แต่ไม่เคยไปดูที่จริง ต่อมาซื้อขายแล้วพบว่า เป็นคนละแปลงกับต้องการ เพิกถอนได้หรือไม่


ตอบ  ไมได้เพราะ คนซื้อประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเอง


ถาม  ต้องการโอนเงินหนี เจ้าหนี้ที่กำลังจะยึด จึงแกล้งเป็นหนี้เพื่อนและโอนเงินให้เพื่อน เจ้าหนี้เพิกถอนได้หรือไม่


ตอบ  ได้เพราะสมคบกับเพื่อนแสดงเจตนาลวง


ถาม  ต้องการขายที่ดิน แต่ติดอยู่ในกำหนดห้ามโอน จึงทำจำนองแทน ต่อมาจะบังคับจำนองหลังพ้นห้ามโอนได้หรือไม่


ตอบ  ไม่ได้เพราะสมคบกับอีกฝ่ายแสดงเจตนานิติกรรมอำพราง ต้องกลับไปใช้กฎหมายเรื่องซื้อขายบังคับกับกรณี


ถาม  ติดหนี้เพื่อน  เพื่อนจึงบังคับให้เขียนเช็คขึ้นมาเพื่อใช้หนี้ ต่อมาเช็คขึ้นเงินไม่ได้ นำเช็คมาฟ้องได้หรือไม่


ตอบ  ฟ้องได้เพราะแม้จะเป็นการบังคับให้ทำเช็คขึ้น แต่ก็เป็นการบังคับให้ทำการชำระหนี้ซึ่งมีสิทธิตามกฎหมาย


ถาม  ถูกเพื่อนขู่ว่าจะนำเรื่องส่วนตัวไปบอกเจ้านาย หากไม่ให้เพื่อนเช่ารถ  ต่อมาไม่ให้เพื่อนเช่าตามสัญญาได้หรือไม่


ตอบ  ได้เพราะสัญญาจะให้เช่าเกิดจากการถูกข่มขู่ ซึ่งเพื่อนไม่มีสิทธิขู่แต่อย่างใดเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ผิดกฎหมาย

 


 

 

พรบ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม


ถาม   พรบ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ใช้บังคับกับการทำสัญญาก่อนปี พ.ศ.๒๕๔๐ หรือไม่


ตอบ  ไม่ เพราะกฎหมายฉบับนี้ไม่ให้มีผลใช้ย้อนหลัง


ถาม  พรบ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ใช้บังคับกับการทำสัญญาอย่างเดียวใช่หรือไม่


ตอบ ไม่ใช่  ใช้บังคับกับ ข้อตกลง ความตกลง ความยินยอม ประกาศ คำแจ้งความเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดด้วย


ถาม  ผู้บริโภค ตามกฎหมายนี้ คือใคร


ตอบ  ผู้เข้าทําสัญญาโดยมิใช่เพื่อการค้า ทรัพย์สิน บริการ หรือ ประโยชน์อื่นใด


ถาม  ผู้ประกอบธุรกิจการค้า ตามกฎหมายนี้ คือใคร


ตอบ  ผู้เข้าทําสัญญาเพื่อการค?า ทรัพย์สิน บริการ หรือประโยชน์อื่นใดนั้นเป็นทางการค้าปกติของตน


ถาม  สัญญา ข้อตกลง ความตกลง ความยินยอม ประกาศ คำแจ้งความเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิด ใดบ้างที่ ศาลมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ


ตอบ  ๑)ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสําเร็จรูป(คือ สัญญาที่ทําเป็นลายลักษณ์อักษรโดยมีการกําหนดข้ออสัญญาที่เป็นสาระสําคัญไว้ล่วงหน้าโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพื่อนํามาใช้ในการประกอบกิจการของตน)ที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพหรือผู้กําหนดสัญญาสําเร็จรูปได้เปรียบคูู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร ม.๔


๒ )ข้อตกลงจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทํานิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งผู้ถูกจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ม.๕


๓)สัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพที่มีการชําระหนี้ด้วยการส่งมอบทรัพยย์สินให้แก่ผู้บริโภค จะมีข้อตกลงยกเว้นหรือจํากัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพเพื่อความชํารุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิ ม.๖


๔)สัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจํา ม.๗


๕)ข้อตกลง ประกาศ หรือคําแจ้งความที่ได้ทําไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจํากัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญา ม.๘


๖.)ความตกลงหรือความยินยอมของผู้เสียหายสําหรับการกระทําละเมิด ม.๙


ถาม  เมื่อศาลวินิจฉัยแล้วว่า สัญญา ข้อตกลง ความตกลง ความยินยอม ประกาศ คำแจ้งความเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดใดๆ ไม่เป็นธรรมแล้ว ศาลจะดำเนินการอย่างไร


ตอบ จะดำเนินการปรับลดหย่อน สัญญา ข้อตกลง ความตกลง ความยินยอม ประกาศ คำแจ้งความเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิด ให้ใช้บังคับคู่กรณีได้ อย่างเป็นธรรม สำหรับ ม. ๔,๕,๗ หรือปรับให้เป็นโมฆะ สำหรับ ม. ๖,๘,๙


ถาม  หลักในการพิจารณาของศาลว่า เป็นธรรมและสมควรแก่กรณี


ตอบ  ในการวินิจฉัยว่าข้อสัญญาจะมีผลบังคับเพียงใดจึงจะเป็นธรรมและพอสมควรแก?กรณีใหมพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ทั้งปวง รวมทั้ง

(๑) ความสุจริต อํานาจต่อรอง ฐานะทางเศรษฐกิจ ความรู้ความเข้าใจ ความสันทัดจัดเจน ความคาดหมาย แนวทางที่เคยปฏิบัติทางเลือกอย่างอื่น และทางได้เสียทุกอย่างของคู่สัญญาตามสภาพที่เป็นจริง

(๒) ปกติประเพณีของสัญญาชนิดนั้น(๓) เวลาและสถานที่ในการทําสัญญาหรือในการปฏิบัติตามสัญญา

(๔) การรับภาระที่หนักกว่ามากของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคูู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง



 
Online:  18
Visits:  2,315,683
Today:  436
PageView/Month:  28,453