สำนักงานทนายความรับว่าความและให้คำปรึกษากฎหมายทุกประเภท

      
 
เว็บบอร์ดทนายความคดีอาญากรณีต้องรับผิดทางอาญาข้อหาฉ้อโกง
ผู้เขียน : นวพล ผ่องอำไพ   หัวข้อ : กรณีต้องรับผิดทางอาญาข้อหาฉ้อโกงอ่าน 458 / ความคิดเห็น 0
รูปประจำตัว
นวพล ผ่องอำไพ
  • 1 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 1 มีนาคม 2553
รูปไอคอน
หัวข้อ : กรณีต้องรับผิดทางอาญาข้อหาฉ้อโกง
24/9/2558 16:58:00



กรณีต้องรับผิดทางอาญาข้อหาฉ้อโกง


กรณีต้องรับผิดทางอาญาข้อหาฉ้อโกงต้องมีองค์ประกอบครบทุกข้อดังนี้




๑)ต้องมีการหลอกลวงโดยการแสดงข้อความเท็จหรือ ปกปิดความจริงที่ควรบอก เช่นเอาป้ายราคาสินค้าที่ถูกกว่าไปติดแทนป้ายจริงที่ราคาสูงกว่า , อ้างเรื่องลี้ลับที่ตนเองไม่เคยเชื่อมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต(แต่ถ้าตนเองเชื่อเรื่องลี้ลับอยู่แล้วไม่เป็นการหลอกลวงถือว่าเป็นการยืนยันเหตุการณ์ในอนาคตซึ่งไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่),อ้างว่าทำธนบัตรเป็นจำนวนหลายใบได้ , อ้างว่าสามารถแต่งตั้งให้ผู้เสียหายเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าได้ทั้งๆที่ตนเองไม่มีอำนาจ(แต่ถ้าจำเลยมีข้อตกลงว่าจำเลยจะได้รับค่าตอบแทนเมื่องานสำเร็จไม่ใช่การหลอกลวงแต่เป็นเรื่องผิดสัญญา),ไม่มีเงินซื้อสินค้าแต่ไปหลอกให้คนขายขนสินค้าขึ้นรถยนต์ตนเองและขับออกไปโดยไม่จ่ายเงิน  ,หลอกว่าพาไปทำงานต่างประเทศได้ทั้งๆที่ตนเองไม่ได้รับใบอนุญาตพาคนไปทำงาน(แต่ถ้าได้รับใบอนุญาตถูกต้องก็เป็นเรื่องผิดสัญญา)



๒)ต้องมีเจตนาทุจริตตั้งแต่แรก  การผิดข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้ว่าจะทำในอนาคตถือว่าเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งไม่ถือว่าเจตนาทุจริตแต่แรกแต่การที่ตั้งใจทำผิดตั้งแต่แรกอยู่แล้วจึงวางแผนมาหลอกเช่นหลอกให้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโยบอกว่ากำลังดำเนินการขอซื้อจากเจ้าของอยู่แต่จริงๆแล้วไมเคยดำเนินการใดๆเลย,หลอกให้ร่วมลงทุนโดยจะนำเงินไปให้กู้ยืมต่ออีกที ต่อมาก็จ่ายส่วนแบ่งให้ในตอนแรกจากนั้นก็ไมได้จ่ายเลย , หลอกว่าจะติดต่อกับคนร้ายเพื่อดำเนินการนำรถผู้เสียหายทีถูกขโมยกลับมาได้แต่เมื่อถามถึงคนที่ติดต่อด้วยกลับไม่มีข้อมูลว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน,หลอกทำการซื้อขายที่ดิน และชวนเล่นการพนัน



๓)ต้องมีการได้ทรัพย์จากผู้เสียหายหรือผู้อื่นหรือทรัพย์สินที่เป็นของผู้ทำผิดเองไปเช่นหลอกเจ้าหนี้ให้มอบทรัพย์ที่ตนให้ไว้เป็นประกันคืนแก่ตน(กรณีมอบทรัพย์ให้โดยความเกรงใจหรือไม่มีหนี้ใดๆต่อกันแล้วต่อมาเปลี่ยนใจไปขอคืนโดยโกหกก็ไม่ผิด)  กรณีไม่ได้ทรัพย์ไปแต่ประโยชน์อย่างอื่นไปแทนเช่น หลอกคนมาซื้อที่ดินว่าที่ดินตนเองยังไมได้ขายไป ,หลอกว่าตนเองมีสิทธิได้รับการบริการโดยไม่ต้องเสียเงิน, หลอกให้รับตนเองเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ ,หลอกให้ใช้สิทธิทางศาล , ผู้เสียหายให้ทรัพย์ไปเพราะความกลัวของแต่ไม่ได้ถูกหลอก



๔)หรือต้องมีการทำ, ถอน ,ทำลายเอกสารสิทธิ เช่น หลอกว่าจ่ายหนี้แล้วเจ้าหนี้จึงทำหนังสือปลดจำนองให้  ,หลอกว่าเป็นบุคคลหนึ่งและมีทรัพย์ตามที่หลอก ผู้ถูกหลอกเชื่อจึงทำเอกสารรับรองทรัพย์และนำไปประกันตัว ,ผู้เสียหาให้ทรัพย์,หลอกให้ลงชื่อในหนังสือสัญญาจำนองหรือหนังสือเรื่องราวการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ(แต่ถ้าเป็นกระดาษที่ยังไม่มีข้อความใดๆไม่ถือว่าเป็นเอกสารอันจะเป็นเอกสารสิทธิได้)



๕)ต้องยังไม่ขาดอายุความคือ มีการแจ้งความภายใน ๓ เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้ทำผิดเพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีให้หรือดำเนินคดีเองหลังจากจากแจ้งความไปแล้วเกิน ๓ เดือนก็ได้  แต่หากเป็นกรณีฟ้องศาลเองโดยไม่แจ้งความก่อนก็ต้องฟ้องใน๓ เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้ทำผิด  ทั้งนี้ไม่ว่าในกรณีที่ให้ตำรวจดำเนินคดีให้หรือแจ้งความก่อนแล้วจึงนำคดีมายื่นฟ้องเองหรือไม่ได้แจ้งความแต่นำคดีมาฟ้องเองในกำหนดดังที่กล่าวไปแล้ว ศาลต้องมีคำสั่งว่าคดีมีมูลภายในกำหนดอายุความตามแต่ละข้อหาด้วย ทั้งนี้คดีฉ้อโกงนี้มีอายุความ๑๐ ปี กรณี วิกลจริตหรือหนีคดีวันพิจารณาอายุความเริ่มนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งงดพิจารณา



 
Online:  24
Visits:  2,357,895
Today:  1,861
PageView/Month:  17,848