สำนักงานทนายความรับว่าความและให้คำปรึกษากฎหมายทุกประเภท

      
 
เว็บบอร์ดงานคดีความฟ้อง ,ต่อสู้คดีถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
ผู้เขียน : นวพล ผ่องอำไพ   หัวข้อ : ฟ้อง ,ต่อสู้คดีถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมอ่าน 188 / ความคิดเห็น 0
รูปประจำตัว
นวพล ผ่องอำไพ
  • 1 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 1 มีนาคม 2553
รูปไอคอน
หัวข้อ : ฟ้อง ,ต่อสู้คดีถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
21/12/2559 11:16:00

ลูกจ้างทดลองงาน กรณีถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมก่อนครบกำหนดทดลองงาน เช่นถูกกลั่นแกล้งจนทำงานต่อไปไม่ได้ หรือ ถูกกลั่นแกล้งทำเรื่องเลิกจ้าง หรือ เมื่อครบกำหนดทดลองงานแล้วแกล้งทำการประเมินผลการทดลองให้ไม่ผ่านการประเมิน ลูกจ้างทดลองงาน มีสิทธิเรียก ค่าเสียหายที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม , ค่าขาดประโยชน์จากการทำมาหาได้ เช่นเงินเดือน โบนัส เบี้ยเลี้ยง สวัสดิการต่างๆที่ไม่ได้รับ , ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง  , เงินตอบแทนจากการทำงานต่างๆที่ค้างชำระ ,ค่าสินจ้างแทนการบอกล่าวล่วงหน้า ๑ เดือน


 

การต่อสู้คดีอาจต่อสู้ว่า ไม่มีการกลั่นแกล้งให้ทำงานไม่ได้อย่างใดลูกจ้างทดลองงานสมัครใจไม่ไปทำงานต่อเอง , การเลิกจ้างได้มีการสอบสวนตามระเบียบบริษัทและกการมีมติเลิกจ้างไปเป็นไปตามหลักฐานที่ปรากฎ , ผลการทดลองงานเป็นไปตามระเบียบบริษัทตามผลงานที่ปรากฎแล้ว ,ลูกจ้างได้รับเงินตอบแทนจากการทำงานไปครบถ้วนตามวันทำงานแล้ว ,ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงที่เรียกมานั้นสูงเกินไป ,โบนัส ,เบี้ยเลี้ยง สวัสดิการพิเศษต่างๆเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล นายจ้างไม่ได้ทำข้อบังคับในเรื่องนี้ หรือไม่ได้ตกลงกับลูกจ้างทดลองงานในเรื่องนี้แต่อย่างใด การจะจ่าย,โบนัส ,เบี้ยเลี้ยง สวัสดิการพิเศษต่างๆ ขึ้นอยู่กับผลงานและผลประกอบการของนายจ้าง หรือลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วย กฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือ ทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดย ถูกต้องและสุจริต โดยส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อนายจ้าง


 

ลูกจ้างประจำ  ,ลูกจ้างช่วง กรณีถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เช่นถูกกลั่นแกล้งจนทำงานต่อไปไม่ได้ หรือ ถูกกลั่นแกล้งทำเรื่องเลิกจ้าง ลูกจ้าง มีสิทธิเรียก ค่าเสียหายที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าขาดประโยชน์จากการทำมาหาได้ เช่นเงินเดือน โบนัส เบี้ยเลี้ยง สวัสดิการต่างๆที่ไม่ได้รับ , ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง ,  ค่าสินจ้างแทนการบอกล่าวล่วงหน้า ๑ เดือน , เงินตอบแทนจากการทำงานต่างๆที่ค้างชำระ , ค่าชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด คือ


(1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณ เป็นหน่วย (2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

 

 

การต่อสู้คดีอาจต่อสู้ว่า ไม่มีการกลั่นแกล้งให้ทำงานไม่ได้อย่างใดลูกจ้างสมัครใจไม่ไปทำงานต่อเอง , การเลิกจ้างได้มีการสอบสวนตามระเบียบบริษัทและกการมีมติเลิกจ้างไปเป็นไปตามหลักฐานที่ปรากฎ , ลูกจ้างได้รับเงินตอบแทนจากการทำงานไปครบถ้วนตามวันทำงานแล้ว ,ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงที่เรียกมานั้นสูงเกินไป ,โบนัส ,เบี้ยเลี้ยง สวัสดิการพิเศษต่างๆเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล นายจ้างไม่ได้ทำข้อบังคับในเรื่องนี้ หรือไม่ได้ตกลงกับลูกจ้างทดลองงานในเรื่องนี้แต่อย่างใด การจะจ่าย,โบนัส ,เบี้ยเลี้ยง สวัสดิการพิเศษต่างๆ ขึ้นอยู่กับผลงานและผลประกอบการของนายจ้าง , ลูกจ้างเป็นผู้กระทำผิด คือ


(1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง


(2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย    

   

(3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง


(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้วเว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน โดยหนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด


(5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร


(6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ


 

หรือลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วย กฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือ ทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดย ถูกต้องและสุจริต โดยส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อนายจ้าง


 
Online:  10
Visits:  2,316,053
Today:  117
PageView/Month:  31,789