สำนักงานทนายความรับว่าความและให้คำปรึกษากฎหมายทุกประเภท

      
 
เว็บบอร์ดงานคดีความฟ้อง,ต่อสู้คดีเช่าซื้อรถ
ผู้เขียน : นวพล ผ่องอำไพ   หัวข้อ : ฟ้อง,ต่อสู้คดีเช่าซื้อรถอ่าน 292 / ความคิดเห็น 0
รูปประจำตัว
นวพล ผ่องอำไพ
  • 1 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 1 มีนาคม 2553
รูปไอคอน
หัวข้อ : ฟ้อง,ต่อสู้คดีเช่าซื้อรถ
15/12/2559 14:39:00

สารพันปัญหาเช่าซื้อรถ

 

ข้อรับผิดชอบของผู้ให้เช่าซื้อ


-ผู้ให้เข่าซื้อต้องรับผิดชอบการซ่อม รวมทั้งออกค่าซ่อม ค่าอะไหล่เอง หากรถชำรุดบกพร่องในโครงสร้างหลักของรถจนไม่สามารถขับได้ หากไม่สามารถซ่อมให้ขับได้ดังปกติ  ผู้เช่าซื้อย่อมขอเลิกสัญญาได้ เว้นในสัญญาระบุเป็นอย่างอื่น


-ผู้ให้เช่าซื้อต้องรับชำระหนี้ค่าเช่าซื้อตามกำหนดเวลาในสัญญา จะปฎิเสธไม่ได้ เว้นแต่ยอมผ่อนผันหรือไม่ถือเอาเวลาเป็นสาระสำคัญ ซึ่งกล่าวต่อไปในหัวข้อของผู้เช่าซื้อ เว้นในสัญญาระบุเป็นอย่างอื่น


-ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่จดทะเบียนรถยนต์ให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบแก่ผู้เช่าซื้อ และผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้เช่าซื้อเมื่อผู้เช่าซื้อจ่ายเงินครบตามสัญญา เว้นในสัญญาระบุเป็นอย่างอื่น


-คืนเงินดาวส์และดอกเบี้ยแก่ผู้เช่าซื้อที่รวมอยู่ในค่างวดคืนแก่ผู้เช่าซื้อ  หากผู้เช่าซื้อนำรถมาคืนก่อนผ่อนหมด เว้นในสัญญาระบุเป็นอย่างอื่น


ข้อรับผิดชอบของผู้เช่าซื้อ


-รับมอบรถตามสัญญาเช่าซื้อ


-ใช้รถตามข้อกำหนดในสัญญาหรือใช้ตามปกติประเพณีของรถแต่ละชนิด


-แจ้งผู้ให้เช่าซื้อทราบทันทีเมื่อเกิดเหตุชำรุดบกพร่องหรือมีกรณีมีบุคคลอ้างว่าเขาเป็นเจ้าของรถ


-ต้องดูแลรักษาทรัพย์อย่างเช่นคนปกติทำต่อทรัพย์ของตน และซ่อมแซมในความชำรุดเล็กน้อยที่ไมใช่ระดับโครงสร้างรถ


-ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดเพราะผู้เช่าซื้อเองหรือบริวารผู้เช่าซื้อ รวมทั้งกรณีมีผู้อื่นทำให้รถเสียหาย


-ต้องชำระค่าเช่าซื้อให้ตรงตามเวลา เว้น ผู้ให้เช่าซื้อยอมผ่อนผันหรือไม่ถือเอาเวลาเป็นสาระสำคัญ ในกรณีนี้หากผู้ให้เช่าซื้อจะเลิกสัญญาจึงต้องทำหนังสือแจ้งผู้เช่าซื้ออีกที ซึ่งถ้าหากมีการฟ้องเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหาย พร้อมทั้งขอให้คืนรถหรือหากคืนไมไ่ด้ให้ใช้ราคารถแทนเกิดขึ้นแล้ว  ผู้เช่าซื้อ อาจต้องรับผิดค่าติดตามทวงถาม ค่าออกไปยึดรถ ค่าขาดประโยชน์นำรถออกให้ผู้อื่นเช่าระหว่างที่ยังไม่ส่งมอบรถคืนจนกว่าจะนำรถมาคืน ค่าเบี้ยปรับตามที่ระบุในสัญญาซึ่งอาจเป็นค่างวดที่ค้างจ่ายอยู่ทั้งหมดตามสัญญาซึ่งในส่วนนี้ศาลมีอำนาจปรับลดลงได้ หรือหากเป็นกรณีที่ถูกยึดรถไปแล้ว ก็อาจถูกคิดค่าติดตามทวงถาม ค่าออกไปยึดรถ  ค่าเสื่อมราคาจากการใช้ทรัพย์โดยไม่ปกติ  ค่าขาดประโยชน์นำรถออกให้ผู้อื่นเช่าระหว่างที่ยังไม่ส่งมอบรถคืนจนถึงวันที่ไปยึดได้ ค่าเบี้ยปรับตามที่ระบุในสัญญาซึ่งอาจเป็นค่างวดที่ค้างจ่ายอยู่ทั้งหมดตามสัญญาซึ่งในส่วนนี้ศาลมีอำนาจปรับลดลงได้ เช่นกัน

 

การต่อสู้คดีในประเด็น ฟ้องเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหาย กรณีที่ยังไมได้รถคืน อาจต่อสู้ว่า ไม่มีการผิดนัด ๓ งวดติดกันแต่อย่างใด ราคารถที่เรียกมาสูงเกินจริงไป ค่าติดตามทวงถามสูงเกินจริงไป ค่าขาดประโยชน์ที่ไม่สามารถนำรถออกให้ผู้อื่นเช่าได้สูงเกินจริงไป ค่าเบี้ยปรับสูงเกินจริงไป


การต่อสู้คดีในประเด็น ฟ้องเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหาย กรณีได้รถคืน อาจต่อสู้ว่า ไม่มีการผิดนัด ๓ งวดติดกันแต่อย่างใด ค่าติดตามทวงถามสูงเกินจริงไป ค่าขาดประโยชน์ที่ไม่สามารถนำรถออกให้ผู้อื่นเช่าได้สูงเกินจริงไป ค่าเบี้ยปรับสูงเกินจริงไป

 

-ต้องรับผิดชอบค่านำไปขายทอดตลาดแล้วขาดทุน เนื่องจากผู้เช่าซื้อนำรถไปคืนระหว่างผ่อนยังไม่หมด(หากมีการระบุไว้ในสัญญา ) โดยเมือคืนรถแล้ว ก็จะได้รับคืนเงินดาวส์ ดอกเบี้ย ภาษีมูลค่าเพิ่ม คืน  ซึ่งปกติก็จะถูกนำไปหักลบออกจากส่วนที่ขายทอดตลาดได้  และหากมีการฟ้องเรียกค่าขาดทุนจากการขายทอดตลาดแล้ว ผู้เช่าซื้ออาจต้องรับผิดค่าขาดทุนจากการขายทอดตลาด รวมทั้งดอกเบี้ยนับถัดจากวันที่ทำการขาดทอดตลาดได้จนถึงวันที่จ่ายหนี้ครบ ค่าเสียหายที่นำทรัพย์ไปใช้ผิดจากสัญญาหรือปกติประเพณี ตามที่ระบุในสัญญา

 

การต่อสู้ อาจต่อสู้ว่า ไม่มีการขายทอดตลาดที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือ ส่งหนังสือถึงผู้เช่าซื้อโดยแจ้งเวลาและสถานที่เพื่อให้ผู้เช่าซื้อเข้าร่วมการขายทอดตลาดได้ ราคาที่ขายได้นั้นต่ำกว่าราคาท้องตลาดเกินควร ไม่มีการนำรถไปใช้ผิดจากสัญญาหรือปกติประเพณี ตามที่ระบุในสัญญาแต่อย่างใด 


 

*กรณีรถที่ซื้อมาถูกตำรวจยึดไปเพราะรถถูกขโมยมาขาย*


-กรณีนี้ผู้เช่าซื้อเลิกสัญญาทันที โดยไม่ต้องส่งรถคืน โดยเมื่อเลิกสัญญาแล้ว  จะได้เงินดาวส์คืน และดอกเบี้ย ภาษีมูลค่าเพิ่ม


*กรณี รถหายหรือเสียหายทั้งคัน ระหว่างผ่อนไม่หมด ใครรับผิดชอบ อะไรบ้าง*


-กรณีนี้ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าเสียหายหากเกิดจากความผิดของตนเอง เมื่อผู้ให้เช่าซื้อได้เงินจากบริษัทประกันแล้ว หากจำนวนเงินที่ได้รับ บวกกับค่างวดที่รับไปแล้ว  ไม่พอกับจำนวนราคารถเงินสด  ผู้เช่าซื้อต้องรับผิด แต่ถ้าการหายหรือเสียหายไมได้เป็นความผิดของผู้เช่าซื้อแล้ว ผู้เช่าซื้อก็ไม่ต้องรับผิด แม้ว่าผู้ให้เช่าซื้อจะได้รับเงินจากการประกันภัยบวกกับค่างวดที่รับไปแล้ว ไม่พอกับค่ารถเงินสด แต่ไม่ว่าจะกรณีใดตามที่กล่าวมาทั้งสองกรณี เมื่อรถเสียหาย หรือสูญหาย ผู้เช่าซื้อไม่ต้องรับผิดจ่ายค่างวดที่เหลือ


* กรณีซื้อรถต่อจากผู้เช่าซื้อที่ยังผ่อนไม่หมดและนำไปขายต่อ  หรือนำรถไปให้ผู้อื่นใช้ต่อ โดยไม่มีข้อความระบุให้ทำได้ในสัญญาซื้อขายระหว่างผู้เช่าซื้อกับผู้ซื้อต่อ  ใครต้องรับผิดอย่างใดบ้าง*


-ผู้เช่าซื้อที่ยังผ่อนไม่หมดต้องรับผิดชอบต่อผู้เช่าซื้อ โดยต้องจ่ายค่างวดที่เหลือต่อไป แต่ทั้งนี้ผู้เช่าซื้อมีสิทธิดำเนินการคดีแพ่งเรียกรถคืนหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาเอาจากผู้ที่ซื้อรถต่อไปและนำไปขายต่ออีกทีได้  รวมทั้งฟ้องคดียักยอกผู้ซื้อต่อ ได้เช่นกัน

 

*อุปกรณ์การแต่งรถที่ติดตั้งไว้กับรถ เมื่อมีการเลิกสัญญา ถือว่าเป็นของเจ้าของรถ คือผู้ให้เช่าซื้อแต่ทั้งนี้ผู้ให้เช่าซื้อต้องใช้ราคาเหล่านั้น เว้นแต่ผู้เช่าซื้อจะนำอุปกรณ์เดิมของรถมาติดตั้งคืน*

 

 อายุความ


-ผู้ให้เช่าฟ้องเรียกค่าใช้รถบุบสลายจากผู้เช่า มีกำหนดอายุความ ๖ เดือนนับแต่วันมอบรถคืน


-ผู้ให้เช่าซื้อฟ้องเรียกค่างวดจากผู้เช่าซื้อ  กรณีไม่เลิกสัญญา มีกำหนดอายุความ ๒ ปี นับแต่ ผิดนัด

 

-ผู้ให้เช่าซื้อฟ้องเรียกรถคืนจากผู้เช่า  ไม่มีอายุความ

 

-ผู้ให้เช่าซื้อฟ้องเรียกค่าติดตามทวงถาม จากผู้เช่าซื้อ มีกำหนดอายุความ ๑๐ ปี นับแต่เสียค่าใช้จ่าย

 

-ผุ้ให้เช่าซื้อฟ้องเรียกค่าเสียหายหลังจากเลิกสัญญา เช่น ค่าขาดทุนจากการขายทอดตลาด ค่าขาดประโยชน์นำรถออกให้ผู้อื่นเช่าไม่ได้ มีกำหนดอายุความ ๑๐ ปี นับจากเลิกสัญญา 

 

-ผู้ให้เช่าซื้อฟ้องเรียกราคารถแทนการส่งมอบรถคืน มีกำหนดอายุความ ๑๐ ปี นับแต่พันกำหนดส่งมอบรถ

  



 
Online:  14
Visits:  2,357,814
Today:  1,780
PageView/Month:  17,767