สำนักงานทนายความรับว่าความและให้คำปรึกษากฎหมายทุกประเภท

      
 
เว็บบอร์ดทนายความคดีภาษีภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ผู้เขียน : นวพล ผ่องอำไพ   หัวข้อ : ภาษีโรงเรือนและที่ดินอ่าน 1725 / ความคิดเห็น 1
รูปประจำตัว
นวพล ผ่องอำไพ
  • 1 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 1 มีนาคม 2553
รูปไอคอน
หัวข้อ : ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
10/1/2558 15:56:00

๑ ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน

คือ สิ่งปลูกสร้างหรือที่ดินซึ่งใช้ปลูกสิ่งปลูกสร้างนั้น รวมไปถึงที่ดินที่ต่อเนื่องกันกับที่ดินที่ปลูกสิ่งปลูกสร้างตามที่กล่าวมาทั้งหมดที่ใช้ในการพาณิชย์



๒ ทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนที่ดิน

- พระราชวังของพระมหากษัตริย์

- ทรัพย์สินของรัฐซึ่งใช้ในกิจการของรัฐหรือสาธารณะ

- ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะหรือโรงเรียนสาธารณะ

- ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติ

- โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นซึ่งปิดไว้ตลอดปีและเจ้าของมิได้อยู่เองยกเว้นให้คนเฝ้าอยู่

- โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะที่ผู้ซื้ออาศัยอยู่เอง

- โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของอยู่อาศัยเองหรือให้ผู้แทนเฝ้าอยู่แต่ไม่ได้ทำธุรกิจใดๆ



๓ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน คือ เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นๆครับ(กรณีเช่าจริงๆเจ้าของก็ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินเองครับ แต่เราจะเห็นว่าเจ้าของจะผลักภาระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินนี้ให้กับผู้เช่าเป็นคนเสียครับและหากผู้เช่าไม่เสีย เจ้าของก็ต้องเป็นผู้เสียเองและต้องมาไล่เบี้ยเอาเงินที่จ่ายค่าภาษีไปคืนจากผู้เช่าอีกทีครับ) นอกจากนี้คำว่าเจ้าของยังหมายความรวมถึงผู้ที่ก่อนหน้าที่จะเกิดภาษีค้างชำระนั้น ยังไม่เคยเป็นเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใดครับ



๔ วิธีเสียภาษี ต้องเสียปีละครั้ง ณ.ที่ทำการเขตที่ๆที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ครับ หากปีภาษีใด ท่านต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินเกิน ๙๐๐๐ บาท ท่านสามารถทำเรื่องขอผ่อนชำระได้ครับ



๕ อัตราภาษีโรงเรือนและที่ดิน เสียในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่ารายปี(ค่าเช่าที่ได้รายปีจากการให้คนอื่นเช่า)



๖ บทกำหนดโทษ

- กรณีละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน เว้นมีเหตุสุดวิสัย โดนปรับ ๒๐๐ บาท

- รู้อยู่แล้วหรือจงใจไม่ปฎิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงาน โดนปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท

- รู้อยู่แล้วหรือจงใจให้การเท็จหรือให้ถ้อยคำโดยละเลย ฉ้อโกงหรือวิธีใดวิธีหนึ่ง จำคุกไม่เกิน ๖ เดือนหรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ



๗ การอุทธรณ์ การประเมิน ต้องทำเป็นหนังสือใน ๑๕ วันนับแต่ได้รับหนังสือประเมิน (โดยใช้แบบภ.ร.ด.๙) เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้ว หากยังไม่พอใจคำวินิจฉัย ต้องฟ้องศาลภาษีอากรใน ๓๐ นับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น


จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด : 1
1
รูปประจำตัว
นวพล ผ่องอำไพ
  • 1 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 1 มีนาคม 2553
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 1
12/5/2558 10:41:00

ประเด็นสำคัญในการดำเนินคดี ต่อสู้คดี ภาษีโรงเรือนและที่ดิน


๑.ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือไม่

๒.ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนที่ดินใช่หรือไม่

๓.ผู้ถูกประเมินผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือไม่

๔.ถูกประเมินในอัตราที่สูงเกินไปหรือไม่

๕.มีเจตนาทำผิดอาญาหรือไม่

๖.ทำอุทธรณ์การประเมิน หรืออุทธรณ์คำวินิจฉัยในกำหนดหรือไม่

.......................................................................................................................................................................................

 

ตัวอย่างคดี ประเด็น ต้องเสียภาษีหรือไม่ เรื่องที่ดินที่ใช้ด้วยกันกับที่ดินแปลงที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน

 

 ก. ถูกประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน เนื่องจากมีที่ดินว่างเปล่าซึ่งอยู่ติดกับที่ดินอีกแปลงซึ่งในทำการพาณิชย์ ก.จึงอุทธรณ์คำสั่งใน ๑๕ วันนับแต่ได้รับหนังสือประเมิน ต่อมาคำสั่งว่าการประเมินชอบด้วยกฎหมาย    ก.จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ใน ๓๐ วันนับแต่รับทราบผล และต่อมามีคำสั่งการประเมินชอบด้วยกฎหมาย  ก.จึงฟ้องเพิกถอนการประเมิน

โดยมีหลักฐานคือ หนังสือประเมิน หนังสือวินิจฉัยอุทธรณ์ รูปบริเวณที่ดินถูกประเมิน พยานที่ดินข้างเคียง ๑ คน และ ก.เอง

องค์การปกครองท้องถิ่นจำเลย ให้การว่า ที่ประเมินก็เพราะ ที่ดินว่างเปล่าใช้เกี่ยวกับการพาณิชย์ของ ก.ด้วย โดยเมื่อ เดือน พ.ค. ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จำเลยคือพบเห็นรถยนต์บรรทุกจอดอยู่ในที่ดินแปลงนี้ ลักษณะเหมือนให้เช่าที่จอดรถบรรทุก มีหลักฐานคือ ตัวเจ้าหน้าที่ผู้ประเมิน เอกสารต่างๆเกี่ยวกับการประเมิน เช่นบันทึกถ้อยคำที่ ก.ให้ไว้ต่อ เจ้าหน้าที่

 ก.ต้องนำสืบทำนองว่า ที่ดินว่างเปล่าซึ่งอยู่ติดกับที่ดินอีกแปลงซึ่งในทำการพาณิชย์ มิได้ใช้ไปด้วยกันกับที่ดินซึ่งใช้ในการพาณิชย์แต่อย่างใด

 

โจทก์ถามซัก(ขอกล่าวถึงแค่ประเด็นสำคัญครับ)

ที่ดินแปลง ๑๒๓ ซึ่งเป็นที่ว่างเปล่าติดกับแปลง ๑๒๒ ที่พยานใช้ทำพาณิชย์ พยานใช้ทำอะไร

-ไมได้ทำอะไร ตั้งใจว่าจะทำพาณิชย์เพิ่มแต่ตอนนี้ยังไม่มีเงิน

นี้คือรูปถ่ายแปลงใด

-แปลง ๑๒๓

ในรูปมีสิ่งแสดงเขตของที่ดินว่าเป็นคนละส่วนกันหรือไม่

-มีรั้วล้อมรอบ

ประมาณ พ.ค. ปีที่ผ่านมา มีการดำเนินกิจการอย่างใดกับที่ดินแปลงนี้ บ้างหรือไม่

-มีให้ รถขององค์การปกครองท้องถิ่นเข้ามาจอดรถ แทรคเตอร์ รถบรรทุกต่างๆที่ใช้ในการขยายถนนมาจอด โดยไม่คิดเงิน

นอกจากพยานมีใครรู้เรื่องบ้าง

-มี เจ้าของที่ดินข้างเคียงรู้

 

จำเลยถามค้าน

-รั้วที่ว่าทำขึ้นประมาณ ปลายปี ที่ผ่านมานี้เอง

-ใช่

-แปลง ๑๒๓ นอกจากรถจอดแล้ว ช่วง พ.ค. ยังมีการนำถังน้ำดื่มและ รถขายอาหารต่างๆมาจอดตอนเที่ยง ด้วย

-ใช่

 

โจทก์ถามติง

ทำไมถึงทำตอนปลายปี ทำไมไม่ทำก่อน  พ.ค.

-ที่ทำปลายปี คือ ซ่อมแซมบางส่วน แต่ส่วนใหญ่ทำเสร็จก่อน พ.ค.หลายปีแล้ว

- พยานคิดเงินจากการเข้ามาขายของ หรือไม่

-ไม่คิด ใครอยากมาขายก็มา

.......................................................................................................................................................................................

จำเลยถามซัก (เฉพาะประเด็นสำคัญ)

เดือน พ.ค.ปี ที่ผ่านมา พยาน เป็นคนออกไปดูกิจการโจทก์ด้วยตนเองหรือไม่ และพบเห็นสิ่งใดหรือไม่

-ไปด้วยตนเอง พบกิจการบนที่ดินที่โจทก์อ้างว่าไมได้ทำกิจการใด มีร้านขายของ มีลูกค้า

นี้เป็นรูปที่ใด

-รูปที่ดินโจทก์แปลงที่อ้างมา

 

โจทก์ถามค้าน

-ในเอกสารบันทึกถ้อยคำของโจทก์ที่ทำไว้ตอนถูกประเมินแจ้งว่า ที่ดินแปลงนี้ไม่ได้ทำกิจการใดๆ มีรูปถ่ายล้อมรั้วเอาไว้ และ เดือน พ.ค.ปีที่ผ่านมา ให้ รถขององค์การปกครองท้องถิ่นเข้ามาจอดรถ แทรคเตอร์ รถบรรทุกต่างๆที่ใช้ในการขยายถนนมาจอด โดยไม่คิดเงิน และมีรถมาขายอาหารรถบรรทุกต่างๆได้โดยไม่คิดเงินใช่หรือไม่

 

จำเลยถามติง 

รถที่เข้ามาขายอาหารและมาจอด มีปริมาณเยอะ

 -เยอะมากดูแล้วเหมือนตลาดนัดย่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าไม่มีการคิดเงินค่าเข้ามาขายเพราะโจทก์ก็เป็นนักธุรกิจผิดวิสัย

 

จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด : 1
1

 
Online:  9
Visits:  2,355,244
Today:  323
PageView/Month:  15,048