สำนักงานทนายความรับว่าความและให้คำปรึกษากฎหมายทุกประเภท

      
 
49tjf49edf:tContent:ContentUID
edf40wrjww2tContent:Content_Data
ผู้เขียน : นวพล ผ่องอำไพ   หัวข้อ : ภาษีศุลกากรอ่าน 1110 / ความคิดเห็น 0
รูปประจำตัว
นวพล ผ่องอำไพ
  • 1 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 1 มีนาคม 2553
รูปไอคอน
หัวข้อ : ภาษีศุลกากร
10/1/2558 15:49:00

ภาษีศุลกากร

 

 

คดีทางแพ่ง

1.อายุความการประเมิน

 

การฟ้องร้องให้จ่ายภาษีมีอายุความ 10 ปี นับแต่ทราบเหตุตาม ป.พ.พ. ม..... ดังนั้น การประเมินก็ควรจะทำใน      10  ปี เช่นกัน

 

 

 2.ของที่นำเข้ามาได้รับยกเว้นหรือไม่

 

 

 

ของที่ได้รับยกเว้นอากร

 

 ๑)ของที่ส่งออกรวมทั้งของที่ส่งกลับออกไป ซึ่งนํากลับเข้ามาภายในหนึ่งปีโดยไม่เปลี่ยนแปลงลกษณะหร ั ือรูป แต่ประการใดและในเวลาทสี่ งออกน ่ ั้นได้รับใบสุทธิสําหรับนํากลับเข้ามาแล้ว ยกเว้นอากรหมายเหตุอธิบดีกรมศุลกากรมีอํานาจที่จะสั่งให้ได้รับการยกเว้นจากบทบัญญัติที่ว่าด้วยใบสุทธิสําหรับนํากลับเข้ามา หรืออาจอนุญาตให้ขยายกําหนดเวลาออกไปอีกตามความจําเป็นแก่กรณไดี ้

 

 

 

๒)ของที่นําเข้ามาในประเทศไทยซึ่งได้เสียอากรไว้ครบถ้วนแลว้ และภายหลังสั ่งกลับออกไปซ่อม ณ ต่างประเทศ หากนํากลับเข้ามาภายในหนึ่งปีหลังจากที่ได้รับใบสุทธิสําหรบันํากลับเข้ามาซึ่งได้ออกให้ในขณะที่ได้ส่งออกแล้ว หรือของที่ได้รับอนุญาตให้นําออกไปผลิตผสม ประกอบ บรรจุหรือดําเนินการอื่นใด ณ ต่างประเทศ หากนํากลับเข้ามาภายในหนึ่งปีนับจากวันที่ได้รับอนุญาตใหน้ําออกไป

 

 

 

หมายเหตุ

 

 

 

               ก.ของที่ได้รับยกเว้นอากรตามประเภทนี้ให้ได้รับยกเว้นเพียงเท่าราคาหรือปริมาณแห่งของเดิมที่ส่งออกเท่านั้น

 

 

 

               ข. ในการคํานวณเงินอากรสําหรับของที่ส่งออกไปซ่อมให้ถือตามพิกัดอัตราอากรของเดิมที่ส่งออกไปซ่อมโดยคํานวณจากราคาหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการขนส่งและการประกันภัยส่วนการคํานวณเงินอากรสําหรับของที่ผ่านกระบวนการผลิตผสม ประกอบบรรจุหรือดําเนินการอื่นใดให้ถือตามสภาพของราคาของและพิกัดอัตราศุลกากรที่เป็นอยู่ในขณะนํากลบเขั ้ามาโดยไม่ต้องนําของเดิมที่ส่งออกไปมาคํานวณภาษี

 

 

 

 

 

 

 

               ค. อธิบดีกรมศุลกากรมีอํานาจที่จะสั่งให้ได้รับการยกเว้นจากบทบัญญัติที่ว่าใบสุทธิสําหรับนํากลับเข้ามาหรืออาจอนุญาตให้ขยายกําหนดเวลาออกไปอีกตามความจําเป็นแก่กรณีก็ได้

 

 

 

 

 

                    ง. สําหรับการส่งของออกไปเพื่อผลิตผสม ประกอบ บรรจุหรือดําเนินการอื่นใด

 

๓)ของที่กล่าวไว้ข้างล่างนี้ถ้านําเข้ามาพร้อมกับตนหรือนําเข้ามาเป็นการชั่วคราวและจะส่งกลับออกไปภายในไม่เกินหกเดือนนับตั้งแต่วันที่นําเข้ามา

 

(ก)  ของที่ใช้ ้ในการแสดงละครหรือการแสดงอย่างอื่นที่คล้ายกัน ซึ่งผแสดงท ู้ ี่ท่องเที่ยวนําเข้ามา ยกเว้นอากร

 

 

 

(ข)   เครื่องประกอบและของใช้ในการทดลองหรือการแสดงเพื่อวิทยาศาสตร์หรือการศึกษาซึ่งบุคคลที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว นําเข้ามาเพื่อจัดการทดลองหรือแสดง ยกเว้นอากร

 

 

 

(ค)  รถสําหรับเดินบนถนน เรือและอากาศยาน บรรดาที่เจ้าของนําเข้ามาพร้อมกับตน ยกเว้นอากร

 

 

 

(ง)   เครื่องถ่ายรูปและเครื่องบันทึกเสียงซึ่งบุคคลที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว นําเข้ามาเพื่อใช้ถ่ายรูปหรือบันทึกเสียงต่างๆแต่ฟิลมและแผ ์ ่นสําหรับถ่ายรูปหรือสิ่งที่ใช้บันทึกเสียงซึ่งนํามาใช้ในการนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนด

 

 

 

(จ)    อาวุธปืนและกระสุนปืน ซึ่งบุคคลที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วครานําเข้ามาพร้อมกับตน ยกเว้นอากร

 

 

 

(ฉ)  ของที่นําเข้ามาเป็นการชั่วคราวโดยมุ่งหมายจะแสดงในงานสาธารณะทีเปิดให้ประชาชนดูได้ทั่วไป ยกเว้นอากร

 

 

 

(ช)   ของที่นําเขามาเพ ้ ื่อซ่อมแต่ต้องปฏิบัติภายในเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกําหนด ยกเว้นอากร- ๒๗๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

 

(ซ)   ตัวอย่างสินค้า นอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่ 14 ซึ่งบุคคลที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว นําเข้ามาพร้อมตน และมีสภาพซึ่งเมื่อจะส่งกลับออกไปสามารถตรวจได้แน่นอนว่าเป็นของอันเดียวกับที่นําเข้ามาแต่ต้องมีปริมาณหรือค่าซึ่งเมื่อรวมกันเข้าแล้วไม่เกินกว่าที่จะเห็นได้ว่าเป็นตัวอย่างตามธรรมดา ยกเว้นอากร

 

 

 

(ฌ)   เครื่องมือและสิ่งประกอบ สําหรับงานก่อสร้างงานพัฒนาการรวมทั้งกิจการชั่วคราวอย่างอื่น ตามที่อธิบดีกรมศุลกากรจะเหนสมควร ็ ยกเว้นอากรหมายเหตุเครองมื่ ือและสิ่งประกอบสําหรับงานก่อสร้างให้ได้รับยกเว้นเพียงเท่าเงินอากรที่จะพึงต้องเสียในขณะนําเข้าหักด้วยจํานวนเงินอากรที่คํานวณตามระยะเวลาที่ของนั้นอยู่ในประเทศในอัตราร้อยละหนึ่งต่อเดือนของจํานวนเงินอากรที่จะพึงต้องเสียในขณะนําเข้าในการคํานวณให้นับเศษของเดือนเป็นหนึ่งเดือน และจะต้องชําระอากรก่อนส่งกลับออกไป กับทั้งจะต้องปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกรมศุลกากรกาหนดด ํ ้วย-

 

 

 

หมายเหตุ 1. ของตามที่กล่าวในประเภทนี้ผู้นําของเข้าต้องทําสัญญาไว้ต่อกรมศุลกากรวาจะส ่ ่งกลับออกไปภายในกําหนดอธิบดีกรมศุลกากรจะเรียกประกันอย่างใดและเป็นจํานวนเงินเท่าใดก็ได้ตามแต่จะเห็นสมควรและจะคืนเงินหรือให้ถอหลักประกันที่วางไว้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามสัญญาโดยครบถ้วนแล้วระยะเวลาหกเดือนตามที่กําหนดไว้นี้อธิบดีกรมศุลกากรจะขยายกําหนดระยะเวลาออกไปอีกตามความจําเป็นแก่กรณกี็ได้

 

 

 

2. คําว่า นําเข้ามาพร้อมกับตนให้หมายความถึงของที่เข้ามาถึงประเทศไทยไมเก่ ินหนึ่งเดือนก่อนที่ผู้นําของเข้า

เข้ามาถึงหรือไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ผู้นําของเข้าเข้ามาถึงอธิบดีกรมศุลกากรมีอํานาจขยายกําหนดเวลาที่กล่าวข้างต้นได้เมื่อเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษยกเว้นอากร

 

 

 

๔)รางวัลและเหรียญตราที่ทางต่างประเทศมอบให้แก่บุคคลทอยี่ ู่ในราชอาณาจักรเพื่อเป็นเกียรติในความดีเด่นทางศิลปะวรรณกรรมวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือบริการสาธารณะหรือเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความสําเร็จหรอืพฤติกรรมอันเป็สาธารณประโยชน์แต่เฉพาะรางวัลนั้นจะต้องอยู่ในดุลพินิจของอธิบดีกรมศุลกากรที่จะพึงพิจารณาตามแต่จะเห็นสมควรอีกส่วนหนึ่งด้วย ยกเว้นอากร- ๒๗๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

 

๕)ของส่วนตัวที่เจ้าของนําเข้ามาพร้อมกับตนสําหรับใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพและมีจํานวนพอสมควรแก่ฐานะเว้นแต่รถยนต์อาวุธปืนและกระสุนปืน และเสบียงแต่สุรา บุหรี่ซิการ์หรือยาเส้น ซึ่งเป็นของส่วนตัวที่ผู้เดินทางนําเข้ามาพร้อมกับตนนั้น อธิบดีกรศุลกากรอาจออกข้อกําหนดยกเว้นอากรให้ได้ตามที่เห็นสมควรเป็นแห่งๆไป แต่ต้องไม่เกินปริมาณดังนี้

 

 

 

(ก)  บุหรสองร ี่ ้อยมวน หรือซการ ิ ์หรือยาเส้นอย่างละสองร้อยห้าสิบกรัม หรือหลายชนิดรวมกันมีน้ําหนักทั้งหมดสองร้อยห้าสิบกรัมแต่ทั้งนี้บุหรี่ต้องไม่เกินสองร้อยมวน ยกเว้นอากร

 

 

 

(ข)   สุราหนึ่งลตริ ยกเว้นอากร

 

 

 

๖)ของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว ที่เจ้าของนําเข้ามาพร้อมกับตนเนื่องในการย้ายภูมิลําเนาและมีจํานวนพอสมควรแก่ฐานะ ยกเว้นอากรหมายเหตุของส่วนตัวและของใช้ในบ้านเรือนตามประเภทที่ 5 และ 6 นั้นจะต้องนําเข้ามาถึงประเทศไทยไม่เกินหนึ่งเดือนก่อนที่ผู้นําของเข้าเข้ามาถึงหรือไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ผู้นําของเข้าเข้ามาถึงอธิบดีกรมศุลกากรมอีํานาจขยายกําหนดเวลาที่กล่าวข้างต้นได้เมื่อเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษ

 

 

 

๗)ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของอากาศยานหรือเรือรวมทั้งวัสดุที่นําเข้ามาเพื่อใช้ซ่อมหรือสร้างอากาศยานหรือเรือหรือส่วนของอากาศยานหรือเรือดังกล่าว ยกเว้นอากร- ๒๗๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหมายเหตุการยกเว้นอากรรวมทั้งของที่ได้รับยกเว้นอากรตามประเภทนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกําหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

 

๘)น้ํามันเชื้อเพลิง น้ํามันหยอดเครื่องและในการหล่อลื่นทในอากาศยาน ี่ หรือในเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ซึ่งศุลกากรได้ปลอย่ให้ไปต่างประเทศแล้ว ยกเว้นอากรหมายเหตุอธิบดีกรมศุลกากรมีอํานาจในอันที่จะทําให้บทยกเว้นนี้บังเกิดผลโดยวิธีคืนเงินอากรที่ได้ชําระแล้วให้แก่ผู้นําของเข้าในเมื่อได้พิสูจนให้เป็นที่พอใจว่าของดังกล่าวได้จําหน่ายหรือใช้ไปเพื่อการนี้

 

 

 

 

 

 

 

๙)พืชผลที่ผู้มีภูมลิําเนาอยู่ในประเทศไทยปลูกในเกาะดอนและที่ชายตลิ่งแม่น้ําซึ่งกั้นเขตแดนประเทศไทย ยกเว้นอากร

 

 

 

๑๐)ของที่ได้รับเอกสิทธิตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีอยู่ต่อองค์การสหประชาชาติหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือตามสัญญากับนานาประเทศ หรือทางการทูตซึ่งได้ปฏิบัติต่อกันโดยอัธยาศัยไมตรีหรือตามความตกลงที่ประเทศไทยมกีับองค์กรต่างประเทศเป็นการเฉพาะ ยกเว้นอากร

 

 

 

๑๑)ของที่นําเข้ามาหรือส่งออกไปเพื่อบริจาคเป็นการสาธารณกุศลแก่ประชาชนโดยผ่านส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล หรือเป็นของที่นําเข้ามาเพื่อให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกําหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่ากากรกระทรวงการคลัง ทั้งนไมี้ ่รวมถึง

 

 

 

ก.      รถยนต์และยานยนต์ที่ออกแบบสําหรับขนส่งบุคคลไมเก่ ิน 9 คน รวมทั้งคนขับเว้นแต่รถพยาบาล ยกเว้นอากร

 

 

 

ข. รถยนต์บรรทุกของชนิดแวนและชนิดปิกอัพและรถยนต์ที่มีลักษณะคล้ายกัรถดังกล่าวที่มีน้ําหนักรถรวมน้ําหนักบรรทุก(จี.วี.ดับบลิว) ไม่เกิน ๕ ตัน และรถยนต์ดังกล่าวที่มีน้ําหนักรถรวมน้ําหนักบรรทุก(จี.วี.ดับบลิว) เกิน ๕ ตัน ที่มีเครื่องยนต์ที่มิใช่เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบที่จุดระเบิดด้วยการอัด (ดีเซลหรือกึ่งดีเซล) หรือที่จุดระเบิดด้วยประกายไฟ ยกเว้นอากร

 

 

 

หมายเหตุ                   คําว่า ส่วนราชการหมายความว่าราชการส่วนกลางราชการส่วนภูมิภาคราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐแต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

 

 

 

๑๒)ของที่นําเข้าซึ่งแต่ละรายมีราคาไม่เกินที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกําหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยกเว้นอากร

 

 

 

๑๓) ยุทธภัณท์ที่ใช้ในราชการ

 

 

 

๑๔)ตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่างและไม่มีราคาในทางการค้า ยกเว้นอากร

 

 

 

๑๕)ภาชนะบรรจุของชนิดที่ใช้บรรจุของเพื่อความสะดวกหรือความปลอดภัยใน การขนส่งระหว่างประเทศ ที่เรียกว่าคอนเทนเนอร์ซึ่งนําเข้าและจะส่งกลับออกไป ไมว่าจะโดยมีของบรรจุอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบิดีกรมศุลกากรกําหนด ยกเว้นอากร

 

 

 

๑๖)ของที่นําเข้ามาสําหรับคนพิการใช้โดยเฉพาะหรือใช้ในการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกําหนด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยกเว้นอากรหมายเหตุคําว่า คนพิการและ การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ

 

 

 

๑๗)ของที่พิสูจน์ใหเป้ ็นที่พอใจของอธิบดีกรมศุลกากรหรือผซู้ึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายว่าเป็นของที่จําเป็นต้องนําเข้ามาเพื่อใช้ในการประชุมระหว่างประเทศและมีปริมาณพอสมควรแก่การนั้น ทั้งนี้ผู้นําของเข้าจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายกําหนด ยกเว้นอากร

 

 

 

๑๘)ของส่งออกซึ่งพิสูจน์ให้เป็นทพอใจอธ ี่ ิบดีกรมศุลกากรว่าเป็นของที่ได้นําเข้ามาไม่เกินสองปีและซึ่งมิได้เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูปแต่ประการใด ยกเว้นอากร

 

 

 

 ๑๙)ภาชนะสําหรับบรรจุของรวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้บรรจุยึดรัดกันกระแทกไม่ว่าจะทําด้วยวัตถุใดๆก็ตาม ทนี่ ําเข้ามาและจะส่งกลับออกไปทั้งนี้ตามหลักเกณฑืและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด

 

 

 

3.ของที่นำเข้ามา ต้องใช้พิกัด อัตรา ใดในการคำนวณภาษี

 

 

 

ประเด็นนี้มักจะมีปัญหาอยู่ที่

 

 

 

-การตีความว่าสินค้าที่นำมานั้น เป็นสินค้าที่อยู่พิกัดใด และต้องเสียภาษีในอัตราเท่าใดตาม พรก.พิกัดอัตราศุลกากร เนื่องจากหากตีความผิดแล้ว ย่อมอาจนำไปสู่การเสียภาษีที่ไม่ถูกต้อง  โดยทั้งนี้ พรก.พิกัดอัตราศุลกากร กำหนดหมวดของสินค้าเอาไว้ 21หมวด พร้อมกับหลักในการตีความแต่ละหมวดสินค้าเอาไว้ด้วย

 

 

 

 

 

 

 

-การคำนวณภาษีที่ต้องเสียเนื่องจาก ถูกเจ้าหน้าที่มองว่าไม่ถูกต้องเพราะว่า  กรณีนำเข้าจะมีปัญหาถูกประเมินอยู่เสมอๆว่าคำนวณไม่ถูกต้องเพราะ การนำเข้าต้องใช้ราคา ซีไอเอฟ คือ ราคาสินค้า บวกค่าประกันภัยบวกค่าขนส่งจนถึงด่านนำเข้า ของราคาสินค้าที่นำเข้า ซึ่งบางครั้งมีการแจ้งราคาซีไอเอฟที่ต่ำกว่าความจริงเพื่อจะได้เสียภาษีน้อยลง(ดูกฎกระทรวง ฉบับที่ 132 ต่อไปนี้

 

 

 

กฎกระทรวง

 

 

 

ฉบับที่ ๑๓๒ (พ.ศ. ๒๕๔๓)

 

 

 

ออกตามความในพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙

 

 

 

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้และการกำหนดราคาศุลกากร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

             อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒ วรรคสิบสอง (๒) แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๓ และมาตรา ๑๒๒  แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๐) พุทธศักราช ๒๔๘๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

 

 

                ข้อ ๑  กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นต้นไปเว้นแต่ข้อ ๑๖ (๓) และบทบัญญัติแห่งหมวด ๖ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับเป็นต้นไป

 

 

 

                ข้อ ๒  ในกฎกระทรวงนี้

 

 

 

"ของประเภทหรือชนิดเดียวกัน" หมายความว่า ของที่อยู่ในกลุ่มหรือหมวดหมู่

 

 

 

ของของที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมเฉพาะอย่างหรืออุตสาหกรรมสาขาเดียวกัน และรวมถึงของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันด้วย

 

 

 

"ผลิต" ให้หมายความถึง การผลิตทางการเกษตร การผลิตทางอุตสาหกรรมและการทำเหมือง

 

 

 

 

 

 

 

                                                                หมวด ๑

 

 

 

                                                                บททั่วไป

 

 

 

                                                              -----------

 

 

 

 

 

 

 

                        ข้อ ๓  การกำหนดราคาศุลกากรเพื่อความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากรสำหรับ

 

 

 

ของที่นำเข้า ให้กำหนดโดยใช้ราคาดังต่อไปนี้ตามลำดับ

 

 

 

                        (๑)  ราคาซื้อขายของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๒)  ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน

 

 

 

                        (๓)  ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน

 

 

 

                        (๔)  ราคาหักทอน

 

 

 

                        (๕)  ราคาคำนวณ

 

 

 

                        (๖)  ราคาย้อนกลับ

 

 

 

                        ในการใช้ราคาตามวรรคหนึ่ง ผู้นำของเข้าอาจร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ใช้

 

 

 

ราคาคำนวณตาม (๕) ก่อนราคาหักทอนตาม (๔) และเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นชอบตามที่ผู้นำ

 

 

 

ของเข้าร้องขอก็ให้ใช้ราคาดังกล่าวได้

 

 

 

                        ข้อ ๔  ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในกรณีดังต่อไปนี้เป็นความสัมพันธ์ที่อาจมี

 

 

 

ผลต่อการกำหนดราคาศุลกากร

 

 

 

                        (๑)  บุคคลหนึ่งเป็นกรรมการหรือพนักงานซึ่งเป็นผู้บริหารในกิจการของอีกบุคคลหนึ่ง

 

 

 

                        (๒)  บุคคลหนึ่งเป็นหุ้นส่วนเพื่อกระทำกิจการร่วมกับอีกบุคคลหนึ่ง

 

 

 

                        (๓)  บุคคลหนึ่งเป็นนายจ้างหรือลูกจ้างของอีกบุคคลหนึ่ง

 

 

 

                        (๔)  บุคคลหนึ่งเป็นเจ้าของ ผู้ควบคุม หรือถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในกิจการของอีกบุคคลหนึ่งตั้งแต่ร้อยละห้าของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

 

 

 

                        (๕)  บุคคลหนึ่งควบคุมอีกบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

 

 

 

                        (๖)  บุคคลทั้งสองถูกควบคุมโดยบุคคลที่สามไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

 

 

 

                        (๗)  บุคคลทั้งสองร่วมกันควบคุมบุคคลที่สามไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมหรือ

 

 

 

                        (๘)  บุคคลหนึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกันกับอีกบุคคลหนึ่ง

 

 

 

                        บุคคลที่มีอำนาจควบคุมตาม (๔) (๕) (๖) และ (๗) หมายถึงบุคคลที่มีอำนาจที่จะยับยั้งหรือสั่งการต่ออีกบุคคลหนึ่งในทางนิตินัยหรือพฤตินัย

 

 

 

                        ข้อ ๕  ในการกำหนดราคาศุลกากรตามกฎกระทรวงนี้ ให้ผู้นำของเข้ามีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือความถูกต้องของข้อความหรือเอกสารใด ๆ ที่ได้สำแดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

 

 

 

                        ข้อ ๖  ให้นำความในภาคผนวก ๑ หมายเหตุการตีความตามความตกลงในการนำมาตรา ๗ ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า ๑๙๙๔ มาถือปฏิบัติ มาใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อกำหนดราคาศุลกากรตามกฎกระทรวงนี้

 

 

 

                        ข้อ ๗  ให้อธิบดีมีอำนาจออกประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

 

 

 

 

 

 

 

                                                                หมวด ๒

 

 

 

                                                     ราคาซื้อขายของที่นำเข้า

 

 

 

                                                               -----------

 

 

 

 

 

 

 

                        ข้อ ๘  ราคาซื้อขายของที่นำเข้าที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะต้องเป็นราคาที่ได้ชำระจริงหรือที่จะต้องชำระสำหรับของที่นำเข้านั้นเมื่อได้มีการขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักร

 

 

 

                        ข้อ ๙  ให้นำค่าใช้จ่ายหรือรายได้ตามรายการดังต่อไปนี้รวมไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้าตามข้อ ๘ ด้วย

 

 

 

                        (๑)  ค่าสิทธิและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับของที่นำเข้า ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันเป็นเงื่อนไขในการขายของนั้น

 

 

 

                        (๒)  รายได้ซึ่งผู้ขายได้รับจากการที่ผู้ซื้อนำของที่นำเข้าไปใช้หรือขายต่อไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

 

 

 

                        (๓)  ค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลงค่าขนของขึ้นและค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า

 

 

 

                        ข้อ ๑๐  ในกรณีที่ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายหรือมูลค่าตามรายการดังต่อไปนี้ให้นำค่าใช้จ่ายหรือมูลค่านั้นรวมไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้าตามข้อ ๘ ด้วย

 

 

 

                        (๑)  ค่าธรรมเนียมหรือค่าบำเหน็จตัวแทนและนายหน้า แต่ไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือค่าบำเหน็จตัวแทนเนื่องจากการซื้อ

 

 

 

                        (๒)  ค่าภาชนะบรรจุที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของของที่นำเข้าตามความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากร

 

 

 

                        (๓)  ค่าวัสดุและค่าแรงงานในการบรรจุหีบห่อของที่นำเข้า

 

 

 

                        ข้อ ๑๑  ในกรณีที่ผู้ซื้อเป็นผู้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการดังต่อไปนี้ เพื่อใช้ในการผลิตและการขายเพื่อส่งออกของที่นำเข้า ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้นำมูลค่าของวัสดุอุปกรณ์หรือบริการดังกล่าวมารวมไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้าตามข้อ ๘ ตามสัดส่วนอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

 

 

 

                        (๑)  วัสดุ ส่วนประกอบ ชิ้นส่วนหรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกัน ที่รวมอยู่ในของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๒)  เครื่องมือ แม่พิมพ์ แบบพิมพ์ หรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกัน ที่ใช้ในการผลิตของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๓)  วัสดุที่ใช้สิ้นเปลืองไปในการผลิตของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๔)  การให้บริการด้านวิศวกรรม พัฒนาการ งานศิลป์ การออกแบบ แบบแปลน และภาพร่างที่กระทำขึ้นนอกราชอาณาจักรและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผลิตของที่นำเข้า

 

 

 

                        ข้อ ๑๒  ในกรณีที่ปรากฏอย่างชัดเจนว่ามีค่าใช้จ่ายตามรายการดังต่อไปนี้รวมอยู่ในราคาซื้อขายของที่นำเข้า ให้หักค่าใช้จ่ายดังกล่าวออกจากราคาซื้อขายของที่นำเข้านั้นก่อนที่จะนำไปใช้ในการกำหนดราคาศุลกากร

 

 

 

                        (๑)  ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ติดตั้ง ประกอบ บำรุงรักษา หรือการให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการที่กระทำขึ้นภายหลังจากการนำเข้าของนั้น

 

 

 

                        (๒)  ค่าขนส่งภายหลังจากการนำเข้าสำเร็จแล้ว

 

 

 

                        (๓)  ค่าอากรและภาษีเนื่องจากการนำเข้า

 

 

 

                        ข้อ ๑๓  ค่าใช้จ่าย รายได้ หรือมูลค่าตามรายการในข้อ ๙ และข้อ ๑๐ หรือมูลค่าของวัสดุอุปกรณ์หรือบริการตามข้อ ๑๑  ที่จะรวมเข้าไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้า และค่าใช้จ่ายตามรายการในข้อ ๑๒ ที่จะหักออกจากราคาซื้อขายของที่นำเข้า จะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงและคำนวณเป็นมูลค่าได้เท่านั้น

 

 

 

                        ข้อ ๑๔  ราคาซื้อขายของที่นำเข้าที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

 

 

 

                        (๑)  ผู้ซื้อจะต้องไม่ถูกจำกัดในการจำหน่ายหรือการใช้ของนั้น เว้นแต่จะเป็นข้อจำกัดที่

 

 

 

                                    (ก)  กำหนดขึ้นโดยบทบัญญัติของกฎหมายหรือโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

 

 

 

                                    (ข)  เป็นการห้ามของที่นำเข้านั้นไปขายต่อในสถานที่หรือพื้นที่บางแห่ง

 

 

 

                                    (ค)  ไม่มีผลกระทบอย่างมากต่อราคาของของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๒)  การขายหรือราคาขายต้องไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหรือสิ่งตอบแทนบางประการที่มิอาจกำหนดเป็นมูลค่าได้

 

 

 

                        (๓)  ผู้ขายต้องไม่ได้รับรายได้จากการที่ผู้ซื้อนำของที่นำเข้าไปใช้หรือขายต่อในภายหลัง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่จะเป็นกรณีที่อาจนำมารวมไว้ในราคาได้ตามข้อ ๙ (๒)

 

 

 

                        (๔)  ผู้ซื้อต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขายตามที่กำหนดในข้อ ๔ เว้นแต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะไม่มีผลต่อราคาซื้อขายของที่นำเข้าตามข้อ ๑๕ หรือเป็นกรณีตามข้อ ๑๖

 

 

 

                        ข้อ ๑๕  ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาจากวิธีปฏิบัติทางการค้าของการขายของที่นำเข้าแล้วเห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายไม่มีผลต่อราคาซื้อขายของที่นำเข้าให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับราคาซื้อขายของนั้นเพื่อใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรได้โดยจะไม่เรียกข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้นำของเข้าก็ได้ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่มีเหตุสงสัยว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายอาจมีผลต่อราคาซื้อขายของที่นำเข้า ให้แจ้งผู้นำของเข้าทราบและกำหนดระยะเวลาพอสมควรเพื่อให้ผู้นำเข้ามาชี้แจงแสดงเหตุผลหรือนำพยานหลักฐานมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อพิสูจน์เหตุสงสัยดังกล่าว

 

 

 

                        ข้อ ๑๖  ในกรณีที่การซื้อขายของที่นำเข้ากระทำโดยบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามที่กำหนดในข้อ ๔ หากผู้นำของเข้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าราคาซื้อขายของที่นำเข้าที่ผู้นำของเข้าสำแดงใกล้เคียงกันอย่างมากกับราคาดังต่อไปนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับราคาซื้อขายดังกล่าวเพื่อใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรได้

 

 

 

                        (๑)  ราคาซื้อขายของของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักรโดยผู้ซื้อไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขาย

 

 

 

                        (๒)  ราคาหักทอนของของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันตามที่กำหนดในหมวด ๕

 

 

 

                        (๓)  ราคาคำนวณของของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันตามที่กำหนดในหมวด ๖

 

 

 

 

 

 

 

                        ราคาตาม (๑) (๒) และ (๓) จะต้องเป็นราคาที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับราคาซื้อขายของที่นำเข้าในการพิสูจน์ราคาตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาถึงความแตกต่างของระดับการค้าและปริมาณของการขายของนั้น องค์ประกอบต่าง ๆ ตามข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑  และต้นทุนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ขายในการขายที่ผู้ชื้อไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขาย

 

 

 

                                                                หมวด ๓

 

 

 

                                                ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน

 

 

 

                                                               ----------

 

 

 

 

 

 

 

                        ข้อ ๑๗  ในกรณีที่ไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้าโดยใช้ราคาซื้อขายของที่นำเข้าตามหมวด ๒ ได้ ให้กำหนดราคาศุลกากรสำหรับของดังกล่าวโดยใช้ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน

 

 

 

                        ข้อ ๑๘  ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะต้องเป็นราคาซื้อขายของที่มีลักษณะเหมือนกันทุกด้านกับของที่นำเข้า ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพ คุณภาพและชื่อเสียง และต้องผลิตขึ้นในประเทศเดียวกันกับของที่นำเข้าด้วย ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมายังท่าหรือที่ที่นำเข้าด้วย

 

 

 

                        ข้อ ๑๙  ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันตามข้อ ๑๘ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

 

 

 

                        (๑)  เป็นราคาซื้อขายที่เหมือนกันที่ได้ขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักรและได้ส่งออกในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๒)  เป็นราคาซื้อขายของที่นำเข้าที่เคยรับเป็นราคาศุลกากรมาแล้ว

 

 

 

                        (๓)  เป็นราคาซื้อขายในระดับการค้าและปริมาณเดียวกันกับของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๔)  ไม่เป็นราคาซื้อขายของที่รวมหรือประกอบด้วยมูลค่าการให้บริการด้านวิศวกรรม พัฒนาการ งานศิลป์ งานออกแบบ แบบแปลน และภาพร่าง ที่ได้กระทำขึ้นในราชอาณาจักร

 

 

 

                        ในกรณีที่ไม่มีราคาซื้อขายของที่เหมือนกันตาม (๓) ให้นำราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่ได้ขายในระดับการค้าเดียวกับของที่นำเข้าแต่ปริมาณต่างกัน หรือปริมาณเดียวกับของที่นำเข้าแต่ระดับการค้าต่างกัน หรือระดับการค้าและปริมาณแตกต่างกับของที่นำเข้า ซึ่งได้เคยรับเป็นราคาศุลกากรมาแล้ว มาปรับราคาโดยคำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องระดับการค้าหรือปริมาณ ค่าประกันภัยค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้นและค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมายังท่าหรือที่ที่ของเข้า ทั้งนี้ โดยอาศัยพื้นฐานจากหลักฐานที่ผู้นำของเข้านำมาแสดง

 

 

 

                        ข้อ ๒๐  ถ้าราคาซื้อขายของที่เหมือนกันมีมากกว่าหนึ่งราคา ให้ใช้ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่มีราคาต่ำสุด ซึ่งผลิตโดยผู้ผลิตรายเดียวกัน และเวลาที่ส่งออก ระดับการค้าปริมาณ เงื่อนไขในการชำระเงินและการส่งมอบ วิธีการขนส่ง และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ใกล้เคียงกับของที่นำเข้าตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

 

 

 

 

 

 

 

                                                               หมวด ๔

 

 

 

                                                ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน

 

 

 

                                                            -----------

 

 

 

 

 

 

 

                        ข้อ ๒๑  ในกรณีที่ไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้าโดยใช้ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันตามหมวด ๓ ได้ ให้กำหนดราคาศุลกากรสำหรับของดังกล่าวโดยใช้ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน

 

 

 

                        ข้อ ๒๒  ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะต้องเป็นราคาซื้อขายของที่ไม่เหมือนกันทุกด้านกับของที่นำเข้า แต่มีลักษณะหรือใช้วัสดุที่เป็นส่วนประกอบเหมือนกันผลิตในประเทศเดียวกัน และทำหน้าที่อย่างเดียวกันหรือทดแทนกันได้ในทางการค้า ทั้งนี้ โดยพิจารณาถึงคุณภาพ ชื่อเสียง และเครื่องหมายการค้าของของที่นำเข้ากับของนั้น

 

 

 

                        ข้อ ๒๓  ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันตาม ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐ มาใช้กับการใช้ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันเพื่อกำหนดราคาศุลกากรตามหมวดนี้โดยอนุโลม

 

 

 

 

 

 

 

                                                               หมวด ๕

 

 

 

                                                            ราคาหักทอน

 

 

 

                                                              -----------

 

 

 

 

 

 

 

                        ข้อ ๒๔  ในกรณีที่ไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้าโดยใช้ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันตามหมวด ๔ ได้ ให้กำหนดราคาศุลกากรสำหรับของดังกล่าวโดยใช้ราคาหักทอน เว้นแต่ผู้นำของเข้าร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้กำหนดราคาศุลกากรโดยใช้ราคาคำนวณก่อนหักทอนและพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นชอบกับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว

 

 

 

                        ข้อ ๒๕  ราคาหักทอนที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้าจะต้องเป็นราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าที่ได้ขายไปในราชอาณาจักรในสภาพเดียวกับที่นำเข้าโดยหักค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ออก

 

 

 

                        (๑)  ค่าธรรมเนียมหรือค่าบำเหน็จตัวแทนที่ได้จ่ายหรือตกลงว่าจะจ่าย หรือกำไรและค่าใช้จ่ายทั่วไปตามปกติที่เกี่ยวเนื่องกับการขายของนั้นในราชอาณาจักร อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเทียบเคียงกับของประเภทหรือชนิดเดียวกัน

 

 

 

                        (๒)  ค่าประกันภัย ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งของนั้นที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักร

 

 

 

                        (๓)  ค่าอากรและภาษีอื่น ๆ ที่ต้องชำระในราชอาณาจักร เนื่องจากการนำเข้าหรือการขายของนั้น

 

 

 

                        ในกรณีที่ไม่มีราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกัน ตามลำดับ ที่ได้ขายไปในราชอาณาจักรในสภาพเดียวกับที่นำเข้าโดยหักค่าใช้จ่ายตาม (๑) (๒) และ (๓) ออกจากราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกัน แล้วแต่กรณี

 

 

 

                        ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าตามวรรคหนึ่ง หรือของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันตามวรรคสอง จะต้องเป็นราคาที่ได้ขายไปในปริมาณรวมที่มากที่สุดในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกับการนำเข้าของที่นำเข้า ในกรณีที่ไม่มีราคาที่ได้ขายในเวลาดังกล่าว ให้ใช้ราคาที่ได้ขายไปในปริมาณรวมที่มากที่สุดในวันแรกที่ได้มีการขายของที่นำเข้าของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันดังกล่าวซึ่งต้องไม่เกินเก้าสิบวันหลังจากการนำเข้าของนั้น

 

 

 

                        ข้อ ๒๖  การใช้ราคาหักทอนตามข้อ ๒๕ ผู้ซื้อต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขายตามที่กำหนดในข้อ ๔ และไม่เป็นผู้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการตามที่กำหนดในข้อ ๑๑ ให้แก่ผู้ขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักร

 

 

 

                        ข้อ ๒๗  ในกรณีที่ไม่มีการขายของที่นำเข้า ของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันตามข้อ ๒๕ หากผู้นำเข้าร้องขอหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควร ให้ใช้ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าที่ได้นำไปผ่านกรรมวิธีเพิ่มเติม โดยให้หักทอนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการนำไปผ่านกรรมวิธีเพิ่มเติมดังกล่าวและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามข้อ ๒๕ วรรคหนึ่ง ออกจากราคาซื้อขายของของนั้น

 

 

 

                  ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าตามวรรคหนึ่ง จะต้องเป็นราคาที่ได้จากการขายของนั้นไปในปริมาณรวมมากที่สุด โดยผู้ซื้อต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขาย

 

 

 

 

 

 

 

                                                               หมวด ๖

 

 

 

                                                            ราคาคำนวณ

 

 

 

                                                              -----------

 

 

 

 

 

 

 

                        ข้อ ๒๘  ในกรณีที่ไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้าโดยใช้ราคาหักทอนตามหมวด ๕ ได้ หรือกรณีที่ผู้นำของเข้าร้องขอให้กำหนดราคาศุลกากรโดยใช้ราคาคำนวณก่อนราคาหักทอนและพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นชอบกับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว ให้กำหนดราคาศุลกากรสำหรับของดังกล่าวโดยใช้ราคาคำนวณ

 

 

 

                        ข้อ ๒๙  ราคาคำนวณที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะต้องประกอบด้วยผลรวมของรายการดังต่อไปนี้

 

 

 

                        (๑)  ต้นทุนหรือมูลค่าของวัสดุและการจัดทำหรือกรรมวิธีใด ๆ ที่ใช้ในการผลิตของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๒)  กำไรและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เกิดขึ้นจากการขายของประเภทหรือชนิดเดียวกันกับของที่นำเข้าโดยผู้ผลิตรายอื่น ๆ เพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักร

 

 

 

                        (๓)  ค่าภาชนะบรรจุที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๔)  ค่าวัสดุและค่าแรงงานในการบรรจุหีบห่อของที่นำเข้า

 

 

 

                        (๕)  มูลค่าของวัสดุและอุปกรณ์ตามที่กำหนดในข้อ ๑๑ (๑) (๒) และ (๓)

 

 

 

                        (๖)  ค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลงค่าขนของขึ้น และค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า

 

 

 

                        (๗)  มูลค่าของการให้บริการด้านวิศวกรรม พัฒนาการ งานศิลป์ การออกแบบแบบแปลนและภาพร่าง ที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตของที่นำเข้า ที่ได้กระทำขึ้นในราชอาณาจักรโดยคิดมูลค่าของการให้บริการดังกล่าวจากผู้ผลิต (ถ้ามี)

 

 

 

 

 

 

 

                                                               หมวด ๗

 

 

 

                                                            ราคาย้อนกลับ

 

 

 

                                                              -----------

 

 

 

 

 

 

 

                        ข้อ ๓๐  ในกรณีที่ไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้าโดยใช้ราคาตามหมวด ๒ ถึงหมวด ๖ ได้ ให้กำหนดราคาศุลกากรสำหรับของดังกล่าวโดยใช้ราคาย้อนกลับ

 

 

 

                        ข้อ ๓๑  ในการใช้และการกำหนดราคาย้อนกลับ ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการใช้และการกำหนดราคาตามหมวด ๒ ถึงหมวด ๖ มาใช้ตามลำดับ โดยผ่อนปรนหรือผ่อนผันหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการใช้และการกำหนดราคาดังกล่าวอย่างสมเหตุสมผล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด  ราคาย้อนกลับตามวรรคหนึ่งจะต้องไม่กำหนดโดยใช้รายการดังต่อไปนี้

 

 

 

   (๑)  ราคาขายของของที่ผลิตและขายในราชอาณาจักร

 

 

 

 (๒)  ระบบราคาที่กำหนดให้รับราคาสูงกว่าจากสองราคาที่ให้เลือก

 

 

 

 (๓)  ราคาของของที่ขายในตลาดภายในประเทศที่ส่งออกของที่จะกำหนดราคาศุลกากร

 

 

 

  (๔)  ต้นทุนในการผลิตนอกจากรายการที่ใช้ในการคำนวณราคาคำนวณตามข้อ ๒๙ สำหรับของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกัน

 

 

 

 (๕)  ราคาขายของของที่นำเข้าที่ได้ขายเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นที่มิใช่ราชอาณาจักร

 

 

 

  (๖)  ราคาศุลกากรขั้นต่ำ หรือ

 

 

 

   (๗)  ราคาที่กำหนดขึ้นตามอำเภอใจหรือที่ไม่เป็นจริง

 

 

 

นอกจากนี้ บางพิกัด ยังคิดมูลค่าภาษีตาม สภาพชองสิ่งที่นำเข้ามาด้วยเช่นคิดตาม น้ำหนัก , ความจุ ความยาว .จำนวนขนส่ง คู่ โหล แพ็ค กุรุส ฯลฯ อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

  4.       เป็นผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีหรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

 โดยปกติแล้ว ผู้จะต้องเสียภาษี ก็คือ ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก เท่านั้น แต่ก็มีกรณีพิเศษ ที่ต้องเสียภาษี ทั้งๆที่ไมได้เป็นผู้นำเข้าหรือ ส่งออก ในกรณีดังต่อไปนี้ เช่น

 

 

 

 

 

 

 

-ผู้รับโอนของที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากร ตาม พรก.พิกัดอัตราศุกากร ม.10  (ตอนนี้ มี ป.กระทรวงการคลังที่ ศก.4/2531 ยกเว้นการโอนของตามที่กำหนดเอาไว้ให้ผู้รับโอนของที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรไม่ต้องเสียภาษี)

 

 

 

 

 

 

 

-ผู้รับโอนของที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากร ตาม พรก.พิกัดอัตราศุกากร ม.11

 

 

 

 

 

 

 

-ผู้ใช้ของที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากร ตาม พรบ.ส่งเสริมการลงทุน เพื่อการอื่นนอกจากกิจการที่ผู้ได้รับการส่งเสริมได้รับการส่งเสริมหรือให้ผู้อื่นใช้ ตาม ม.  40  พรบ.ส่งเสริมการลงทุน ภายในเวลาที่คณะกรรมการกําหนด โดยไมได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ

 

 

 

 

 

 

 

 -ผู้ที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากร แต่ย้ายโรงงานหรือสถานที่ประกอบกิจการไปตั้งหรือดําเนินการในท้องที่อื่นนอกจากที่กําหนดในบัตรส่งเสริมโดยไมได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตาม ม.  40  พรบ.ส่งเสริมการลงทุน

 

 

 

 

 

 

 

-ผู้ที่มิได้รับการส่งเสริมการลงทุนแต่รับจำนองเครื่องจักรจากผู้ที่ได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนอากร  ตาม ม.  42  พรบ.ส่งเสริมการลงทุน

 

 

 

 

 

 

 

-ผู้ที่ได้ยกเว้นหรือลดหย่อนอากร ตามพรบ.ส่งเสริมการลงทุน แต่มิได้ปฎิบัติตามเงื่อนไขกำหนด ม.54 พรบ.ส่งเสริมมการลงทุน

 

 

 

 

 

 

 

5)ผู้ถูกประเมินได้ทำการอุทธรณ์คำสั่งต่อ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดหรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

ประเด็นนี้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่า ผู้ถูกประเมินต้องทำการอุทธรณ์การประเมินต่อ คณะกรรมการ

พิจารณาอุทธรณ์ ภายใน ๓๐ วันนับแต่ได้รับแจ้งการถูกประเมิน มิฉะนั้นจะไม่มีอำนาจฟ้องเพิกถอนการประเมิน ดังนั้นการอุทธรณ์จึงเป็นเงื่อนไขของอำนาจฟ้อง ซึ่งการอุทธรณ์นั้น หากอุทธรณ์ในประเด็นภาษีเรื่องใดเอาไว้แล้ว แม้ในชั้นศาลจะยกเอาเหตุผลสนับสนุนในประเด็นนั้นไม่เหมือนกันกับเหตุผลที่ใช้สนับสนุนในชั้นอุทธรณ์คำสั่งประเมินก็ย่อมทำได้ เพียงแต่ประเด็นในชั้นศาลต้องเป็นประเด็นเดียวกันกับในชั้นอุทธรณ์เท่านั้น  อนึ่งกรณีที่จะไม่ต้องอุทธรณ์แต่สามารถฟ้องได้เลย นั้น ต้องเป็นกรณีที่ กรมสรรพากรทำการประเมินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่น ประเมินซ้ำซ้อน  , ประเมินโดยไม่มีกฎหมายให้ทำได้ หรือในประเด็นอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการถูกประเมินแต่อย่างใด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คดีอาญา ศุลกากร

 

 

 

 

 

 

 

มาตรา ๒๗ (มาตรานี้ แม้ทำโดยไม่เจตนาหรือทำโดยประมาทก็เป็นความผิดเว้น ฐานความผิด ๖)ตาม พรบ.ศุลกากร ฉบับที่ ๙ ม.๑๖

 

 

 

๑)ผู้ใดนําหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจํากัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยก็ดี

 

 

 

๒)หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพระราชอาณาจักรก็ดีหรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ในการนําของเช่นว่านี้เข้ามาหรือส่งออกไปก็ดี

 

 

 

๓)หรือย้ายถอนไป หรือช่วยเหลือให้ย้ายถอนไปซึ่งของดังกล่าวนั้นจากเรือกําปั่น ท่าเทียบเรือ โรงเก็บสินค้า คลังสินค้า ที่มั่นคง หรือโรงเก็บของโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ดี

 

 

 

๔)หรือให้ที่อาศัยเก็บหรือเก็บ หรือซ่อนของเช่นว่านี้หรือยอม หรือจัดให้ผู้อื่นทําการเช่นว่านั้นก็ดีหรือเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ในการขนหรือย้ายถอน หรือกระทําอย่างใดแก่ของเช่นว่านั้นก็ดี

 

 

 

๕)หรือเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร

 

 

 

๖)หรือในการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงบทกฎหมายและข้อจํากัดใด ๆ อันเกี่ยวแก่การนําของเข้า ส่งของออก ขนของขึ้น เก็บของในคลังสินค้า และการส่งมอบของโดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะต้องเสียสําหรับของนั้น ๆ ก็ดี(ฐานความผิดนี้ต้องมีเจตนาเพื่อฉ้อภาษีถึงจะมีความผิด)

 

 

 

๗)หรือหลีกเลี่ยงข้อห้าม หรือข้อจํากัดอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี

 

 

 

      สําหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือจําคุกไม่เกินสิบปีหรือทั้งปรับทั้งจํา[อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๑)พ.ศ. ๒๔๙๐]

 

 

 

มาตรา ๒๗ ทวิ  มาตรานี้ให้พิจารณาถึงเรื่องเจตนาตามกฎหมายอาญาด้วยเพราะพรบ.ศุลกากร ฉบับที่ ๙ ม.๑๖มิได้กำหนดเป็นพิเศษเอาไว้

 

 

 

๑)ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานําหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจํากัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก็ดี

 

 

 

๒)หรือเป็นของที่นําเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจํากัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี

 

 

 

ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจําทั้งปรับ

 

 

 

 

 

 

 

มาตรา ๙๙ (มาตรานี้ แม้ทำโดยไม่เจตนาหรือทำโดยประมาทก็เป็นตาม พรบ.ศุลกากร ฉบับที่ ๙ ม.๑๖

 

 

 

๑)     ผู้ใดกระทําหรือจัดหรือยอมให้ผู้อื่นกระทํา หรือยื่น หรือจัดให้ผู้อื่นยื่นซึ่งใบขนสินค้า คําสําแดง ใบรับรอง บันทึก เรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้หรืออันพระราชบัญญัตินี้บังคับให้กระทํานั้นเป็นความเท็จก็ดีเป็นความไม่บริบูรณ์ก็ดีหรือเป็นความชักพาให้ผิดหลงในรายการใด ๆ ก็ดี

 

 

 

 

 

 

 

๒)      หรือถ้าผู้ใดซึ่งพระราชบัญญัตินี้บังคับให้ตอบคําถามอันใดของพนักงานเจ้าหน้าที่มิได้ตอบคําถามอันนั้นโดยสัตย์จริงก็ดี

 

 

 

 

 

 

 

๓)     หรือถ้าผู้ใดไม่ยอม หรือละเลยไม่ทําไม่รักษาไว้ซึ่งบันทึกเรื่องราว หรือทะเบียน หรือสมุดบัญชีหรือเอกสาร หรือตราสารอย่างอื่น ๆ ซึ่งพระราชบัญญัตินี้บังคับไว้ก็ดี

 

 

 

 

 

 

 

๔)     หรือถ้าผู้ใดปลอมแปลงหรือใช้เมื่อปลอมแปลงแล้วซึ่งเอกสารบันทึกเรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นที่พระราชบัญญัตินี้บังคับไว้ให้ทําหรือที่ใช้ในกิจการใด ๆ เกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ก็ดี

 

 

 

 

 

 

 

๕)     หรือแก้ไขเอกสารบันทึกเรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นภายหลังที่ได้ออกไปแล้วในทางราชการก็ดีหรือปลอมดวงตรา ลายมือชื่อ ลายมือชื่อย่อ หรือเครื่องหมายอย่างอื่นของพนักงานกรมศุลกากรหรือซึ่งพนักงานกรมศุลกากรใช้เพื่อการอย่างใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ก็ดีต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ[อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๙) 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากรมศุลกากรครับ                                                                          

 



 
Online:  3
Visits:  2,385,810
Today:  22
PageView/Month:  6,643